วิธีสังเกตเท้าของเด็ก กับปัญหาสุขภาพเท้าที่ต้องใส่ใจ

ปัญหาสุขภาพเท้าเด็ก

วิธีสังเกตเท้าของเด็ก กับปัญหาสุขภาพเท้าที่ต้องใส่ใจ

เท้าเป็นอวัยวะที่เราควรต้องดูแลเอาใจใส่มาก ๆ เราอาจจะคิดว่าเท้าของผู้ใหญ่เป็นเท้าที่แบกภาระหนัก แต่
จริง ๆ แล้ว เท้าของเด็กก็แบกภาระในการใช้งานเช่นกัน จนหลายครั้งพ่อแม่ลืมที่จะใส่ใจเท้าของลูกน้อย จนเกิดปัญหาที่เท้าตามมามากมาย แล้วแบบนี้เราจะมีวิธีสังเกตเท้าของเด็กว่ามีปัญหาสุขภาพเท้าได้อย่างไร

ปัญหาสุขภาพเท้าในเด็กที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง

ปัญหาสุขภาพเท้าในเด็กสามารถเกดขึ้นได้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่เลยค่ะ มีตั้งแต่ไม่มีอาการอะไรเลย ไปจนถึงส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเด็กเอง ซึ่งบางอาการ หากปล่อยทิ้งไว้ก็ทำให้อาการเหล่านั้นแย่ลงได้ โดยปัญหาสุขภาพเท้าที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  1. เท้าแบน

เท้าแบนเป็นปัญหาสุขภาพเท้าที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งหากเป็นเล็กน้อยก็จะไม่มีอาการใด ๆ ออกมาเลย ซึ่งสามารถเป็นตั้งแต่เกิดหรือเพิ่งมาเป็นเมื่อกระดูกมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่แล้วก็ได้ โดยโครงสร้างเท้าของเด็กเล็กจะแตกต่างจากผู้ใหญ่ เมื่อมีการตั้งไข่และหัดเดิน การเดินจะไม่มีการถ่ายน้ำหนักจากส้นเท้าไปสู่ปลายเท้า ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการยืนและเดิน พอเข้าอายุ 7-8 ปี โครงสร้างเท้าและอุ้งเท้าจะพัฒนาเหมือนผู้ใหญ่
วิธีสังเกต : สังเกตจากอุ้งเท้า เด็กที่เท้าแบนจะไม่มีอุ้งเท้า หรือใช้วิธีการปั๊มเท้าของเด็ก ถ้าปั๊มออกมา เห็นเท้าเต็ม ๆ ไม่มีส่วนเว้า นั่นแปลว่ามีโอกาสเป็นภาวะเท้าแบนได้

  1. นิ้วเท้าเกหรือเอียงไป

นิ้วเกหรือนิ้วงุ้ม โดยทั่วไปในช่วงแรกเกิด นิ้วของเด็กจะคดงอค่อนข้างมาก แต่อาการนิ้วงอจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อโตขึ้น และมักไม่มีผลเสียอะไรชัดเจน ซึ่งหากนิ้วที่เกนั้นไม่ได้มีอาการอะไรที่รบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้วล่ะก็ ส่วนมากแพทย์จะใช้การสังเกตอาการไปเรื่อย ๆ
วิธีสังเกต : นิ้วเกหรือเอียงมักพบในนิ้วนางและนิ้วก้อย ซึ่งลักษณะนิ้วเช่นนี้มักจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพ่อแม่สามารถสังเกตนิ้วเท้าของตัวเองเพื่อเปรียบเทียบกับของลูกได้

  1. เท้าบิดออกข้าง

เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพเท้าที่พบได้บ่อยพอ ๆ กับเท้าแบน พบบ่อยในเด็กท้องแรก เชื่อว่าเป็นจากการที่มดลูกของแม่ยังไม่เคยขยายตัวมาก่อน เมื่อเด็กโตขึ้นการขยับตัวลำบากเพราะถูกเบียดอยู่ในมดลูก เท้าไปยันกับผนังมดลูกอยู่หลายเดือน เมื่อคลอดออกมาเท้าจึงมีการกระดกหรือบิดออกข้างแบบผิดรูปค้างอยู่
วิธีสังเกต : หลังเท้าจะวางแนบไปกับกระดูกหน้าแข้ง โดยปกติแล้ว หลังคลอด เท้าของเด็กจะสามารถขยับได้อย่างเต็มที่ กินระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือน แล้วอาการดังกล่าวก็จะหายไป

  1. โรคเท้าโค้ง

เป็นโรคที่เกิดจากส่วนครึ่งหน้าของเท้าโค้งเข้า โรคนี้อาจพบร่วมกับข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิด จึงมีความสำคัญที่จะต้องตรวจร่างกายส่วนสะโพกให้ละเอียด หากไม่แน่ใจผลการตรวจ อาจพิจารณาตรวจอัลตราซาวนด์ของสะโพกร่วมด้วย
วิธีสังเกต : เมื่อมองเท้าจากด้านฝ่าเท้า จะเห็นขอบข้างของเท้าโค้ง หากเป็นไม่มากนัก ลองเอามือดัดดู อาจพบว่าเท้าถูกดันไปอยู่ในแนวตรงได้ ในเด็กกลุ่มที่มีอาการไม่มาก เมื่อสังเกตอาการไป เท้าอาจค่อย ๆ ตรงได้เองใน 6 – 12 เดือน แต่ในกรณีที่เป็นรุนแรงไม่สามารถดัดเท้าให้ตรงได้ควรรักษาโดยการใส่เฝือก

  1. โรคเท้าปุก

สำหรับโรคเท้าปุก เป็นความผิดปกติของรูปเท้าซึ่งมักเป็นตั้งแต่แรกเกิด หรืออาจค่อย ๆ เกิดขึ้นในภายหลัง อาจเป็นเพียงข้างเดียวหรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้
วิธีสังเกต : เท้าจะมีลักษณะที่บิดหมุนเข้าด้านในและปลายเท้าจิกลง ขอบข้างของเท้าโค้งมาก และเท้าอยู่ในท่าเขย่งเมื่อจับเท้าขยับดูจะพบว่าขยับเท้าได้ยาก พราะข้อต่าง ๆ จะยึดตั้งแต่ปลายเท้าถึงข้อเท้า

เรื่องสุขภาพเท้าของเด็ก ๆ เป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อแม่จะต้องให้ความใส่ใจมาก ๆ หมั่นเช็กสภาพเท้าของเด็ก ๆ หากพบความผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ที่ตรวจและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

“สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า”
รองเท้าสุขภาพ ต้อง TALON
สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น
แอดLine@ ของ Talon ได้ที่นี่เลยค่ะ
.
คลินิกตรวจสุขภาพเท้า โดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงงาน ใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อบบน ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ
.
foot clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. Tel 02-896-3800
.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น