<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรคเกี่ยวกับเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<atom:link href="https://talon.co.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://talon.co.th/tag/โรคเกี่ยวกับเท้า/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Apr 2023 06:29:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://talon.co.th/wp-content/uploads/2020/03/cropped-Logo-for-healthy-feet-32x32.jpg</url>
	<title>โรคเกี่ยวกับเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<link>https://talon.co.th/tag/โรคเกี่ยวกับเท้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[turnoff.tt]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 10:06:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/?p=43856</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด หากเริ่มม</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/">อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด หากเริ่มมีอาการไม่ควรมองข้ามอาการต่างๆ ต้องเอาใจใส่และพบคุณหมอเกี่ยวกับเท้าเพื่อความมั่นใจ ว่าอาการปวดเท้าเกิดจากอะไร</p>
<p>อาการปวดเท้ามีหลายสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันไป อาการที่พบบ่อย ๆ มีดังนี้:</p>
<ol>
<li>ปวดที่เท้า: อาจเป็นความเจ็บปวดทั่วไปหรือเจ็บปวดที่จุดเฉพาะ เช่น ปวดเท้าหน้า, ปวดเท้าด้านหลัง, หรือปวดเท้าด้านข้าง</li>
<li>บวม: เท้าอาจบวมหรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น</li>
<li>ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง: อาจพบว่ากล้ามเนื้อเท้าแข็งแรงน้อยลง หรือมีความยืดหยุ่นน้อยลง</li>
<li>ตึงเครียดหรืออ่อนเพลีย: อาจรู้สึกตึงเครียดหรืออ่อนเพลียในกล้ามเนื้อเท้า</li>
<li>ปวดขณะเดินหรือยืน: ความปวดอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเดินหรือยืนนาน ๆ</li>
<li>อาการเสียว, เป็นลม, หรือชา: อาจมีอาการเสียว ปวดเป็นลม หรือชาเฉพาะจุดบ้าง</li>
<li>ปัญหารูปร่างของเท้า: เช่น ฟุตหงิก, ฟุตเสี่ยว, หรือปัญหาจากโครงสร้างของเท้า</li>
</ol>
<p>อาการปวดเท้าอาจเกิดจากการใส่รองเท้าไม่เหมาะสม, การเปลี่ยนกิจกรรมที่กระทำที่เท้า, ความอ้วน, อายุ, บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเท้า หรือโรคระบบกระดูกและข้อ เช่น โรคข้อเข่าอักเสบ, โรคข้อเท้าอักเสบ, หรือโรคกระดูกอ่อน</p>
<p>รวมถึงโรคเกี่ยวกับเท้ายอดฮิต ที่อาจเกิดจากอาการปวดเท้า มีดังนี้</p>
<p class="selectionShareable"><strong>1.) โรคข้อเท้าหลวม </strong></p>
<p class="selectionShareable">ถ้าข้อเท้าพลิกบ่อยๆ อาจส่งผลให้เสี่ยงโรคนี้ได้ อาการข้อเท้าพลิกหรือแพลง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่เราทำกิจกรรมต่างๆ พบมากในหมู่นักกีฬา หรือแม้แต่ผู้หญิงที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากพลิกธรรมดา โอกาสน้อยมากที่จะเกิดโรคข้อเท้าหลวม แต่ถ้าหากข้อเท้าพลิกบ่อยๆ และมีอาการเจ็บทั้งด้านนอกและด้านใน นั่นถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้แล้ว</p>
<p class="selectionShareable">และหากยังละเลยไม่ดูแลรักษา อาจส่งผลให้กระดูกอ่อนในข้อเท้าบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดบวมข้อเท้า ข้อเท้าอักเสบ ที่อาจทำให้ข้อเท้าเสื่อมได้ในอนาคต</p>
<p class="selectionShareable"><strong>2.) โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ</strong></p>
<p class="selectionShareable">มักจะเกิดกับกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อน่องมาก เช่น บาสเกตบอล กระโดดสูง โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่เอ็นร้อยหวายระหว่างการออกกำลังกาย และจะปวดมากขึ้นเมื่อหยุดออกกำลังกาย อีกทั้งเมื่อตรวจรองเท้าจะพบรอยสึกที่ผิดปกติ</p>
<p class="selectionShareable">การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ หยุดออกกำลังโดยทันที ช่วงที่ปวดใหม่ๆ ให้ประคบด้วยน้ำแข็งประมาณ 20 นาทีทุก 4 ชั่วโมง ใส่รองเท้าที่หนุนส้นให้สูงขึ้นเพื่อลดแรงกดดันที่เอ็นร้อยหวาย ใช้ผ้าพัน ให้ยกเท้าสูง อย่าใส่รองเท้าที่มีพื้นราบ และไม่ควรเดินเท้าเปล่า</p>
<p class="selectionShareable"><strong>3.) โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือ โรครองช้ำ</strong></p>
<p class="selectionShareable">เนื่องจากการออกกำลังที่ไม่ถูกต้อง หรือการรับน้ำหนักเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดบริเวณส้นเท้าไปจนถึงฝ่าเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังจากตื่นนอนหรือหลังจากนั่งพักนานๆ โรคนี้เป็นโรคที่คนส่วนใหญ่เป็นแต่ไม่รู้ว่าตัว พบได้บ่อยกับผู้ที่ต้องยืนเป็นเวลานานระหว่างวัน</p>
<p class="selectionShareable">นอกจากนี้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ หรือสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้า เป็นต้น รวมถึงลักษณะการทำกิจกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เพิ่มระยะทางการวิ่งออกกำลังกาย การเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวที่ต่างไปจากเดิม ที่ทำให้เกิดโรคได้</p>
<p class="selectionShareable">ในการตรวจร่างกายพบว่าถ้ากดบริเวณกระดูกส้นเท้าจะทำให้เกิดอาการปวด หากไม่รักษาอาจจะมีผลกับข้อเท้า เข่า หรือหลัง เนื่องจากการเดินผิดปกติ</p>
<p class="selectionShareable">เมื่อมีอาการปวดให้พักการใช้งานหนัก ลดน้ำหนักจนอาการปวดดีขึ้น ประคบน้ำแข็ง ครั้งละ 20 นาทีวันละ 3 ครั้ง เพื่อลดอาการอักเสบ และใส่รองเท้าที่มีแผ่นรองรับการกระแทก ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นใน 2 &#8211; 3 เดือน</p>
<p class="selectionShareable"><strong>4.) โรคเท้าแบน</strong></p>
<p class="selectionShareable">เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดได้จากพันธุกรรม และมาจากปัจจัยอื่นๆ ในภายหลัง เช่น เอ็นข้อเท้าหย่อนยาน ป่วยเป็นโรคข้อรูมาตอยด์ ข้อเท้าเสื่อม หรือกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขาซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ส่งผลให้เท้ามีลักษณะไม่มีส่วนโค้งเว้า และเมื่อยืนเท้าจะแนบสนิทไปกับพื้น</p>
<p class="selectionShareable">ส่งผลให้เวลาเดินรู้สึกเจ็บฝ่าเท้าแม้จะสวมใส่รองเท้าที่สบายและรองรับเท้าก็ตาม ขณะเดียวกันทำให้ทรงตัวบนเท้าลำบากด้วย วิธีการป้องกันรักษานั้น ไม่จำเป็นหากไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ถ้ามีอาการเจ็บปวดให้ใช้วิธีกายภาพบำบัด เช่น ใช้อุปกรณ์เสริมที่เท้า สวมรองเท้าที่รับกับเท้า ออกกำลังยืดเส้น หรือสั่งตัดรองเท้าสุขภาพ และถ้ารุนแรงมากๆ อาจต้องผ่าตัดโดยรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</p>
<p class="selectionShareable"><strong>5.) โรคเก๊าท์</strong><br />
เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดขึ้นจากการสะสมกรดยูริกในเลือกสูง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดบริเวณข้อเท้า หรือโคนนิ้วหัวแม่เท้า แรกๆ อาจปวดแล้วหายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง จำนวนข้อที่อักเสบจะเพิ่มขึ้น เริ่มพบที่ข้อมือ ข้อนิ้วมือ และข้อศอก การอักเสบรุนแรงขึ้น เป็นถี่ขึ้นและนานขึ้น จนกลายเป็นการอักเสบเรื้อรังไม่มีช่วงหายสนิท</p>
<p class="selectionShareable">สำหรับวิธีการรักษานั้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉันที่ถูกต้อง ซึ่งแพทย์อาจให้ยาแก้อักเสบเฉียบพลันมาทาน กรณีกรดยูริกสูงมาก เมื่อรักษาอาการอักเสบเฉียบพลันจนทุเลาลงแล้ว จึงจะให้ยาลดกรดยูริกมาทานต่อ และต้องงดเว้นอาหารที่มีกรดยูริกสูง</p>
<p class="selectionShareable"><strong>6.) โรคปมประสาทนิ้วเท้าอักเสบ </strong><br />
มักเกิดจากการสวมรองเท้าคับหรือบีบหน้าเท้า ทำให้เกิดความเจ็บปวด มักเกิดบริเวณระหว่างนิ้วกลางและนิ้วนาง ผู้ที่มีอาการของโรคนี้ควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลไม่ให้อาการปวดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และลดความเสี่ยงที่เส้นประสาทในบริเวณปลายเท้าจะได้รับความเสียหายในระยะยาว</p>
<p class="selectionShareable">เมื่อมีอาการปวด ควรหยุดพักการใช้เท้าจนกว่าอาการปวดจะดีขึ้น และใช้แผ่นรองเท้าเพื่อลดการกดทับบริเวณเส้นประสาทและต้องเลือกใส่รองเท้าที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง รวมถึงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากอย่างการวิ่งหรือการออกกำลังกาย และลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจประคบน้ำแข็งบริเวณที่ปวด หรือรับประทานยาแก้ปวดที่หาซื้อได้เอง</p>
<p class="selectionShareable">อาการปวดเท้ามีความหลากหลายซ่อนอยู่ บางอาการอาจเป็นเพียงปวดเมื่อยธรรมดา หรือเป็นอาการบาดเจ็บชั่วคราวของกล้ามเนื้อ แต่บางอาการก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษา เมื่อคุณเกิดอาการปวดอย่าละเลยที่จะสังเกตอาการเบื้องต้นกันและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป</p>
<div></div>
<div>
<hr />
<div></div>
<div>“นึกถึงสุขภาพ้ท้า นึกถึง TALON”  นะคะ</div>
<div></div>
<div>หากคุณไม่เคยตรวจสุขภาพเท้า แนะนำให้ มาที่ ศูนย์สุขภาพเท้า พระราม 2 สอบถาม และนัดตรวจ กับหมอเฉพาะทางเท้า ซึ่งมีเพียง 2 คนในไทย โทร 028963800 หรือ add Line:@talon หรือคลิก <a href="https://lin.ee/xIQUSV3">https://lin.ee/xIQUSV3</a></div>
</div>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/">อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้ทัน 8 โรคเกี่ยวกับเท้า ไม่อยากต้องเดินลำบาก เช็คด่วน</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-8-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[turnoff.tt]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Sep 2022 02:55:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพของเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/?p=43496</guid>

					<description><![CDATA[<p>เท้าแม้จะเป็นอวัยวะที่อยู่ต่ำสุดแต่ใช่ว่าจะละเลยได้ เพร</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-8-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/">รู้ทัน 8 โรคเกี่ยวกับเท้า ไม่อยากต้องเดินลำบาก เช็คด่วน</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เท้าแม้จะเป็นอวัยวะที่อยู่ต่ำสุดแต่ใช่ว่าจะละเลยได้ เพราะทุกการเคลื่อนไหวเท้าต้องแบกรับน้ำหนักของร่างกายทั้งหมด แน่นอนคุณจะต้องดูแลรักษาสุขภาพของเท้าให้แข็งแรง เพื่อให้การเดินมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นควรหมั่นดูแล สังเกตความผิดปกติเพื่อจะได้รักษาทันด้วย 8 <strong>โรคเกี่ยวกับเท้า </strong>ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>ไม่อยากป่วยเรื้อรังต้องสังเกตจาก 8 <a href="https://talon.co.th/category/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/">โรคเกี่ยวกับเท้า</a> รักษาและมีอาการอย่างไร</strong></p>
<p><strong>            โรคเกี่ยวกับเท้า </strong>เกิดขึ้นได้กับทุกคน อยู่ที่ว่าคุณจะรีบรักษาทันทีหรือไม่เมื่อรู้อาการ ฉะนั้นใครที่กำลังกังวล ไปดูกันว่าแต่ละโรคนั้นมีอาการแบบไหนและต้องรักษา ป้องกันอย่างไร</p>
<p><strong>1.</strong><strong>อยู่ในที่เปียกชื้นต้องระวัง</strong><strong>! </strong><strong>โรคเชื้อราที่เท้า </strong><strong>(</strong><strong>Athlete’s Foot)</strong><br />
หรืออีกชื่อที่รู้จักกันดีว่า “ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า” โรคนี้เกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราสายพันธุ์ Dermatophytes หากใช้ของร่วมกันอาจติดต่อกันได้ โดยระยะแรกเมื่อเกิดระคายเคืองเท้าจะมีลักษณะเปื่อย แดงและลอก แน่นอนหากคุณเริ่มมีอาการคันไม่ควรเกาเพราะอาจลุกลามจนเกิดการติดเชื้อ ทำให้อาการแย่กว่าเดิมคือแสบร้อน เป็นหนองและเท้ามีกลิ่นเหม็น <strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> : </strong> แน่นอนว่าโรคนี้เกิดจากการเปียกชื้นหรือแช่น้ำนาน ๆ ควรหลีกเลี่ยง แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้แนะนำว่าควรล้างเท้าและเช็ดให้แห้ง พร้อมกับโรยแป้ง</p>
<p><strong>2.</strong><strong>โรคฮิตในผู้หญิง</strong> <strong>เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ</strong><br />
หรือในอีกชื่อที่เรียกกันโดยทั่วว่า “รองช้ำ” ใครที่ยืนนาน ๆ มีโอกาสเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะสาว ๆ เพราะไขมันส้นเท้าบาง เอ็น กล้ามเนื้อน่องและฝ่าเท้าไม่แข็งแรงเท่าผู้ชายนั้นเองและเมื่อมีอาการปวด ๆ หาย ๆ ให้เร่งรักษามิเช่นนั้นจะมีอาการปวดตลอดเวลา<br />
<strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> :</strong> เมื่อเดินบ่อยหรือยืนนานควรพักเท้าและประคบความเย็น 3-4 ครั้ง/วัน ที่สำคัญยอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อบริหารเอ็นร้อยหวาย เพื่อลดอาการ <strong>โรคเกี่ยวกับเท้า </strong>ชนิดนี้</p>
<p><strong>3.</strong><strong>เสียบุคลิกหากพบว่าเป็น โรคเท้าเหม็น (</strong><strong>Stinky Feet)</strong><br />
โรคนี้มีอีกหนึ่งชื่อที่เรียกกัน คือ โรคเท้าเหม็นเป็นรู ซึ่งคนที่จะเป็นโรคนี้ได้ใส่ถุงเท้าและรองเท้าเป็นเวลานาน เมื่อเท้าเริ่มมีเหงื่อออก กลิ่นเหม็นก็จะตามมา ทำให้แบคทีเรียรสะสม โดยสังเกตอาการได้จากการที่ฝ่าเท้าเป็นรูเล็ก ๆ หรือถลอกเป็นปื้นและมีกลิ่นเหม็น<br />
<strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> :</strong> ควรใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดทาผิวหนัง 2-4 สัปดาห์และควรล้างเท้าที่ผสมยาฆ่าเชื้อ พร้อมเช็ดให้แห้ง</p>
<p><strong> 4.</strong><strong>อย่าปล่อยให้เท้าเสียดสีบ่อย ๆ เพราะนั้นคือสาเหตุของ</strong> <strong>โรคตาปลา (</strong><strong>Corns)</strong><br />
ลักษณะเด่นของโรคนี้คือ “ตุ่มหนา แข็ง” โดยส่วนมากมักเกิดขึ้นด้านข้างของนิ้วเท้าบนฝ่าเท้าและเกิดขึ้นได้ทุกจุด ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคนี้คือการที่เท้าได้รับการเสียดสี โดย <strong>เท้าเป็นตุ่ม แข็งๆ เจ็บ</strong> เป็นขุย วงสีเหลืองรอบ ๆ ตรงกลางแข็งเป็นสีเทา<br />
<strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> :</strong> การป้องกันไม่ยากเพียงแค่คุณหลีกเลี่ยงพฤกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดหรือการเสียดสีและใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาโดยเฉพาะ</p>
<p><strong>5.</strong><strong>เจ็บ ปวด มีหนองอาการของ เล็บขบ</strong><br />
<strong>โรคเกี่ยวกับเท้า </strong>นี้เชื่อว่าหลายคนประสบกับตัวเองมาบ่อยมาก เพราะที่เล็บเท้ามักเกิดเล็บงอกหรือทิ่มเข้าผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า จึงเกิดการเจ็บปวด บวม แดง โดยมีเลือดและหนองร่วมด้วย<br />
<strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> :</strong> แช่เท้าในน้ำอุ่น 3-4 ครั้ง/วัน ครั้งละ 15-20 นาที ใช้ยาบรรเทาอาการปวด หากมีอาการรุนแรงจากการติดเชื้อควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด</p>
<p><strong>8.</strong><strong>ผิวไม่เรียบ แห้งสากอาหารของ โรคส้นเท้าแตก</strong><br />
เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ยิ่งใครที่ปล่อยให้เท้าแห้งบริเวณส้นเท้าจะมีลักษณะแห้ง แข็ง หยาบ แตก แม้ว่าอาจจะไม่ส่งผลต่อสุขภาพมากนัก แต่ก็ทำให้หลายคนขาดความมั่นใจเมื่อต้องสวมรองเท้าแตะหรือถอดออก</p>
<p><strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> :</strong> รักษาง่าย ๆ ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง แต่หากมีอาการแดงเจ็บควรไปพบแพทย์</p>
<p>จาก 8<strong> โรคเกี่ยวกับเท้า </strong>ที่เรานำมายกตัวอย่าง เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มสังเกตตัวเองแล้วว่ามีอาการเช่นนี้หรือไม่ หากมีควรเร่งรักษาและหากมีอาการรุนแรงควรไปปรึกษาแพทย์โดยด่วน</p>
<div dir="auto">“สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า”</div>
<div dir="auto">รองเท้าสุขภาพ ต้อง TALON</div>
<div dir="auto">สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น</div>
<div dir="auto">แอดLine@ ของ Talon ได้ที่นี่เลยค่ะ</div>
<div dir="auto"><span class="pq6dq46d tbxw36s4 knj5qynh kvgmc6g5 ditlmg2l oygrvhab nvdbi5me sf5mxxl7 gl3lb2sf hhz5lgdu"><img decoding="async" class="lazy-load-active" src="https://cdn.shortpixel.ai/spai/q_lossy+ret_img+to_webp/https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/taa/1.5/16/1f449.png" alt="&#x1f449;" width="16" height="16" data-src="https://cdn.shortpixel.ai/spai/q_lossy+ret_img+to_webp/https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/taa/1.5/16/1f449.png" data-spai="1" data-spai-upd="16" /></span> <a class="oajrlxb2 g5ia77u1 qu0x051f esr5mh6w e9989ue4 r7d6kgcz rq0escxv nhd2j8a9 nc684nl6 p7hjln8o kvgmc6g5 cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x jb3vyjys rz4wbd8a qt6c0cv9 a8nywdso i1ao9s8h esuyzwwr f1sip0of lzcic4wl gpro0wi8 py34i1dx" tabindex="0" role="link" href="https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g?fbclid=IwAR1uG5W1fvASLZ80c-nXEBNEZo7Yqoyy6i-AP04sSd8j2UudQtdxtmAGTVo" target="_blank" rel="nofollow noopener">https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g</a></div>
<div dir="auto">.</div>
<div dir="auto">คลินิกตรวจสุขภาพเท้า โดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงงาน ใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อบบน ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ</div>
<div dir="auto">.</div>
<div dir="auto">foot clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. Tel 02-896-3800</div>
<div dir="auto">.</div>
<div dir="auto"><a class="oajrlxb2 g5ia77u1 qu0x051f esr5mh6w e9989ue4 r7d6kgcz rq0escxv nhd2j8a9 nc684nl6 p7hjln8o kvgmc6g5 cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x jb3vyjys rz4wbd8a qt6c0cv9 a8nywdso i1ao9s8h esuyzwwr f1sip0of lzcic4wl gpro0wi8 q66pz984 b1v8xokw" tabindex="0" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUY8IAXYYb3HPKZMipO_J91rE7zUpgjpBdJvwnL6UX4kG3vJVe2akdJp_83ql-JICPhkccNf9r4pwJHc_1JtC4xQMkGvmWN9lZ6Rn0_kTFsSdmVLhe6a3n14VCTLFRsG_l19IAN5eUvIRS5qLPtJygqQdd7t9jC8yHUoxz_K3UfUuP646M6tVV28cb1MDn9OyA&amp;__tn__=*NK-R">#รองเท้าสุขภาพ</a> <a class="oajrlxb2 g5ia77u1 qu0x051f esr5mh6w e9989ue4 r7d6kgcz rq0escxv nhd2j8a9 nc684nl6 p7hjln8o kvgmc6g5 cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x jb3vyjys rz4wbd8a qt6c0cv9 a8nywdso i1ao9s8h esuyzwwr f1sip0of lzcic4wl gpro0wi8 q66pz984 b1v8xokw" tabindex="0" role="link" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2?__eep__=6&amp;__cft__[0]=AZUY8IAXYYb3HPKZMipO_J91rE7zUpgjpBdJvwnL6UX4kG3vJVe2akdJp_83ql-JICPhkccNf9r4pwJHc_1JtC4xQMkGvmWN9lZ6Rn0_kTFsSdmVLhe6a3n14VCTLFRsG_l19IAN5eUvIRS5qLPtJygqQdd7t9jC8yHUoxz_K3UfUuP646M6tVV28cb1MDn9OyA&amp;__tn__=*NK-R">#สุขภาพเท้า</a></div>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99-8-%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/">รู้ทัน 8 โรคเกี่ยวกับเท้า ไม่อยากต้องเดินลำบาก เช็คด่วน</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความหมาย เท้าแบน</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pornsak]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Feb 2021 15:49:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าแบน]]></category>
		<category><![CDATA[Flat Feet]]></category>
		<category><![CDATA[ความหมาย เท้าแบน]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าราบ]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าแนบพื้น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/?p=42144</guid>

					<description><![CDATA[<p>เท้าแบน (Flat Feet) คือ ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99/">ความหมาย เท้าแบน</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><a href="https://talon.co.th/category/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99/">เท้าแบน</a> (Flat Feet) คือ ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืน ฝ่าเท้าจะราบแนบไปกับพื้นทั้งหมด ตรงกลางฝ่าเท้าที่โค้งขึ้นมานั้นคืออุ้งเท้า (Arch) ซึ่งทอดไปตามแนวยาวและแนวขวางของฝ่าเท้า อุ้งเท้าเกิดจากการยึดกันระหว่างเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกเท้า โดยเส้นเอ็นที่เท้าเองและเส้นเอ็นส่วนที่ต่อจากขาส่วนล่างจะยึดกระดูกตรงกลางเท้าเข้ากับส้นเท้า ทำให้กลางฝ่าเท้าโค้งเข้ามาและไม่ราบไปกับพื้น ภาวะเท้าแบนเกิดขึ้นได้เมื่อเป็นเด็กเล็ก เนื่องจากฝ่าเท้าของเด็กมีไขมันและเนื้อเยื่ออ่อน ทำให้มองเห็นอุ้งเท้าตรงฝ่าเท้าได้ไม่ชัด แต่เมื่อโตขึ้นช่องโค้งก็จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นมา บางคนอาจได้รับการถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวมาทางพันธุกรรม นอกจากนี้ ภาวะเท้าแบนอาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพไปตามอายุ</div>
<div></div>
<h1>เท้าแบน</h1>
<div></div>
<div><strong>ลักษณะของภาวะเท้าแบนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ภาวะเท้าแบนแต่กำเนิด และภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นภายหลัง ดังนี้</strong></div>
<div></div>
<div>ภาวะเท้าแบนแต่กำเนิด ภาวะนี้จะปรากฏลักษณะเท้าแบน 2 แบบ ได้แก่ เท้าแบนแบบนิ่ม และเท้าแบนแบบแข็ง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้</div>
<div>เท้าแบนแบบนิ่ม (Flexible Flat Foot) ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้จัดเป็นภาวะเท้าแบนที่พบได้มากที่สุด พบตอนเป็นเด็ก เมื่อยืน ฝ่าเท้าจะราบไปกับพื้นทั้งหมด แต่เมื่อยกเท้าขึ้นมาจะเห็นช่องโค้งของฝ่าเท้า เท้าแบนแบบนิ่มไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด</div>
<div>เท้าแบนแบบแข็ง (Rigid Flat Foot) เท้าแบนลักษณะนี้พบได้น้อย โดยตรงอุ้งเท้าจะโค้งนูนออก เท้าผิดรูป แข็ง และเท้ามีลักษณะหมุนจากข้างนอกเข้าด้านในเสมอ (Pronation) ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดหากต้องยืนหรือเดินมากเกินไป รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับการสวมรองเท้า</div>
<div>ภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นภายหลัง ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ เช่น เอ็นข้อเท้าหย่อนยาน ป่วยเป็นโรคข้อรูมาตอยด์ ข้อเท้าเสื่อม หรือกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขาซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเยอะและอายุมาก ทั้งนี้ สาเหตุบางอย่างที่ทำให้เกิดภาวะเท้าแบนภายหลังมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้</div>
<div>เอ็นร้อยหวายสั้น (Short Archilles Tendon) ผู้ที่ส้นเท้ายกขึ้นจากพื้นก่อนส่วนอื่นของฝ่าเท้าเมื่อเดินหรือวิ่ง เกิดจากเอ็นร้อยหวายที่ยึดกระดูกส้นเท้ากับกล้ามเนื้อน่องสั้นเกินไป ผู้ที่เกิดภาวะเท้าแบนลักษณะนี้จะรู้สึกเจ็บเมื่อเดินหรือวิ่ง</div>
<div>เอ็นเท้าอักเสบ (Posterior Tibial Tendon Dysfunction) ภาวะเท้าแบนลักษณะนี้เกิดจากเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อน่องกับด้านในข้อเท้าได้รับบาดเจ็บ บวม หรือฉีกขาด หากอุ้งเท้าได้รับการกระแทก จะทำให้รู้สึกเจ็บด้านในฝ่าเท้าและข้อเท้า</div>
<div>อาการของเท้าแบน</div>
<div></div>
<div>ภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นในคนส่วนใหญ่ มักไม่ปรากฏสัญญาณหรืออาการใด ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจรู้สึกเจ็บเท้า โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าหรืออุ้งเท้า อาการเจ็บนั้นจะยิ่งแย่ลงเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งเกิดอาการบวมที่ข้อเท้าด้านในร่วมด้วย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ประสบภาวะเท้าแบนไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหากไม่ได้มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ที่เท้า อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกิดภาวะเท้าแบนควรไปพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้</div>
<div></div>
<div>รู้สึกเจ็บฝ่าเท้าแม้จะสวมรองเท้าที่ใส่สบายและรองรับเท้าแล้ว</div>
<div>รู้สึกเจ็บที่อุ้งเท้าและส้นเท้า</div>
<div>ฝ่าเท้าด้านในบวมขึ้น</div>
<div>ยืนไม่ค่อยได้ หรือเคลื่อนไหวทรงตัวบนเท้าลำบาก</div>
<div>เจ็บหลังและขา</div>
<div>รองเท้าที่เคยสวมได้ ไม่สามารถสวมได้ และชำรุดเร็วเกินไป</div>
<div>เท้าแบนมากยิ่งขึ้น</div>
<div>ฝ่าเท้าอ่อนแรง รู้สึกชา หรือเกิดอาการฝ่าเท้าแข็ง</div>
<div>สาเหตุของเท้าแบน</div>
<div></div>
<div><strong>ภาวะเท้าแบนเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อและกระดูกของฝ่าเท้าและขาส่วนล่าง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเท้าแบน มีดังนี้</strong></div>
<div></div>
<div>เกิดจากความผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือกระดูกเท้ายังเจริญไม่เต็มที่เมื่ออยู่ในครรภ์ รวมทั้งได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม</div>
<div>เนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ยึดเชื่อมกัน เช่น โรคหนังยืดผิดปกติ ( Ehlers-Danlos Syndrome) หรือกลุ่มอาการที่ข้อต่อหย่อน (Joint Hypermobility Syndrome)</div>
<div>มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เช่น โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy) ความบกพร่องของกระดูกไขสันหลัง (Spina Bifida) หรือโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (Muscular Dystrophy)</div>
<div>เนื้อเยื่อที่เชื่อมกันตรงฝ่าเท้ายืดและอักเสบ</div>
<div>เอ็นข้อเท้าที่ยึดขาส่วนล่าง ข้อเท้า และตรงกลางฝ่าเท้าเกิดการอักเสบ (Posterior Tibial Tendon Dysfunction)</div>
<div>กระดูกหักหรือกระดูกงอกผิดที่</div>
<div>นอกจากนี้ ผู้ที่เสี่ยงหรือมีแนวโน้มจะประสบภาวะเท้าแบนนั้น ได้แก่</div>
<div></div>
<div>ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นภาวะเท้าแบน</div>
<div>ผู้ที่เล่นกีฬาหรือต้องทำกิจกรรมหนัก ๆ อันส่งผลให้เท้าและข้อเท้าเสี่ยงได้รับบาดเจ็บ</div>
<div>ผู้ป่วยโรคอ้วน เนื่องจากเอ็นที่รองรับอุ้งเท้าต้องแบกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สามารถทรงตัวได้</div>
<div>ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เนื่องจากโรคนี้จะส่งผลต่อเลือดที่ไหลไปเลี้ยงเอ็นที่เท้า</div>
<div>ผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานส่งผลต่อเส้นประสาทที่เท้า และยังทำให้เส้นเอ็นอ่อนแรง</div>
<div>สตรีมีครรภ์ เนื่องจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบจากฮอร์โมนทำให้เอ็นยึดข้ออ่อนนุ่มขึ้น</div>
<div>ผู้ป่วยโรคข้อรูมาตอยด์ เนื่องจากโรคนี้ส่งผลต่อข้อต่อหรือทำให้เอ็นอ่อนแอลง</div>
<div>ผู้ที่อายุมาก เนื่องจากเส้นเอ็นจะเสื่อมและยืดออกตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น</div>
<div>ผู้สูงอายุที่ล้มหรือได้รับบาดเจ็บที่ร่างกาย</div>
<div>ผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ</div>
<div>การวินิจฉัยภาวะเท้าแบน</div>
<div></div>
<div>เบื้องต้นผู้ป่วยสังเกตภาวะเท้าแบนได้เอง โดยสังเกตรอยเท้าที่เปียกน้ำว่าปรากฏรอยเท้าแบบเต็มเท้าหรือไม่ หากรอยเท้ามีลักษณะเต็มเท้า ไม่ปรากฏส่วนโค้งเว้า แสดงว่ามีแนวโน้มเกิดภาวะเท้าแบน ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยได้ แพทย์จะตรวจและวินิจฉัยภาวะเท้าแบนโดยพิจารณาว่าผู้ป่วยมีภาวะเท้าแบนหรือไม่ และสาเหตุของภาวะดังกล่าวเกิดจากอะไร โดยแพทย์จะสังเกตลักษณะเท้าตั้งแต่ด้านหน้าและหลังเท้า รวมทั้งให้ผู้ป่วยลองยืนขึ้นเพื่อดูลักษณะเท้าตอนยืน และดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยประกอบด้วย เนื่องจากภาวะเท้าแบนที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวเนื่องกับอาการเจ็บป่วยหรือการได้รับบาดเจ็บที่ผู้ป่วยเคยประสบมา รวมทั้งดูรองเท้าที่สวมว่ามีลักษณะการสวมที่ผิดปกติหรือไม่</div>
<div></div>
<div><strong>หากผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดที่เท้า อาจได้รับการตรวจด้วยภาพสแกนต่าง ๆ เพื่อหาสาเหตุ ดังนี้</strong></div>
<div></div>
<div>เอกซเรย์ แพทย์จะเอกซเรย์กระดูกและข้อต่อของเท้า เพื่อตรวจหาอาการข้ออักเสบ</div>
<div>ซีที สแกน วิธีนี้จะทำโดยเอกซเรย์เท้าของผู้ป่วยหลายมุม ซึ่งจะช่วยให้ได้ข้อมูลมากขึ้น</div>
<div>อัลตราซาวด์ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เอ็นจะต้องทำอัลตราซาวด์ โดยการใช้คลื่นเสียงประมวลภาพเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกายออกมา</div>
<div>เอ็มอาร์ไอ แพทย์จะทำเอ็มอาร์ไอซึ่งเป็นการใช้คลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็กประมวลภาพของเนื้อเยื่อในร่างกาย</div>
<div>การรักษาภาวะเท้าแบน</div>
<div></div>
<div>ภาวะเท้าแบนไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ อย่างไรก็ดี หากผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดจากภาวะดังกล่าว ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งวิธีรักษาภาวะเท้าแบนขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการ วิธีรักษาภาวะเท้าแบนประกอบด้วยวิธีบำบัดทางกายภาพ การรักษาด้วยยา และการผ่าตัด ดังรายละเอียดต่อไปนี้</div>
<div></div>
<div>วิธีบำบัดทางกายภาพ การรักษาภาวะเท้าแบนด้วยวิธีบำบัดทางกายภาพ มีดังนี้</div>
<div>ใส่อุปกรณ์เสริมที่เท้า (Orthotic) การสวมอุปกรณ์เสริมนับเป็นขั้นแรกของการรักษาภาวะเท้าแบน โดยอุปกรณ์เสริมจะบรรเทาอาการเจ็บเท้าและช่วยหนุนเท้า ผู้ป่วยจะสอดอุปกรณ์เสริมนี้ไว้ในรองเท้า ส่วนเด็กเล็กจะได้รับรองเท้าที่ออกแบบมาโดยเฉพาะจากแพทย์ เพื่อสวมใส่จนกว่าฝ่าเท้าจะเจริญเต็มที่</div>
<div>ออกกำลังยืดเส้น ผู้ป่วยเท้าแบนอันเนื่องมาจากเอ็นร้อยหวายสั้นเกินไปอาจต้องออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ยึดเชื่อมกันของขาส่วนล่าง โดยนักกายภาพบำบัดจะช่วยแนะนำการออกกำลังกายให้แก่ผู้ป่วย ท่าออกกำลังกายยืดเอ็นร้อนหวายเริ่มจากโน้มตัวไปข้างหน้ายันผนังไว้ ก้าวขาข้างหนึ่งมาด้านหน้างอเข่า ส่วนขาที่อยู่ข้างหลังยืดตรงและลงน้ำหนักที่ส้นเท้า ทำค้างไว้ 15-30 วินาที ระหว่างที่ทำท่านี้ ควรให้ส้นเท้าราบไปกับพื้นทั้งหมด ปลายนิ้วเท้าของขาหลังอยู่ในทิศทางเดียวกับส้นเท้าของขาที่อยู่ด้านหน้า</div>
<div>สวมรองเท้าที่รับกับเท้า การสวมรองเท้าที่พอดีและรับกับรูปเท้าจะทำให้รู้สึกสบายเท้ามากกว่าการสวมรองเท้าแตะหรือรองเท้าที่รองรับเท้าของผู้สวมได้น้อย</div>
<div>ทำกายภาพบำบัด ภาวะเท้าแบนอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บจากการวิ่งมากขึ้น นักกายภาพบำบัดจะช่วยวิเคราะห์ลักษณะการวิ่งของผู้ป่วย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยปรับลักษณะและเทคนิคการวิ่งให้ดีขึ้น</div>
<div>การรักษาด้วยยา ผู้ป่วยที่เกิดอาการเจ็บเท้าเรื้อรังและเท้าอักเสบ จะได้รับยาต้านอักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดบวม</div>
<div>การผ่าตัด หากการรักษาภาวะเท้าแบนวิธีอื่น ๆ ไม่ช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงได้ หรือสาเหตุของภาวะดังกล่าวทำให้จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะผ่าตัดให้แก่ผู้ป่วย แต่วิธีผ่าตัดจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุ เช่น  ผู้ป่วยเท้าแบนที่มีรูปกระดูกผิดปกติหรือติดกัน จำเป็นต้องผ่าตัดแยกกระดูกและยืดให้ตรง ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเนื้อเยื่อที่ยึดเชื่อมกันจะได้รับการผ่าตัดรักษาเนื้อเยื่อที่เกิดปัญหา หรือผู้ที่เอ็นร้อยหวายสั้นเกินไป อาจได้รับการผ่าตัดเพื่อยืดเอ็นและลดอาการเจ็บปวดที่เท้า</div>
<div>ภาวะแทรกซ้อนของเท้าแบน</div>
<div></div>
<div><strong>ภาวะเท้าแบนก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง ดังนี้</strong></div>
<div></div>
<div>หากภาวะเท้าแบนเกิดอาการแย่ลง จะส่งผลกระทบต่อการเดินของผู้ป่วย ทั้งนี้ การสูญเสียความสามารถในการทรงตัวและดีดตัวของเท้า จะทำให้ปวดที่เท้าและหลังมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงอาการปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอาการอักเสบของเส้นเอ็น</div>
<div>ลักษณะการเดินและรูปเท้าที่เปลี่ยนไปทำให้เท้าเกิดความผิดปกติอื่น ๆ เช่น นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป หนังหนาด้าน ข้อนิ้วเท้าเกิดงอและติดกันแน่น หรือเกิดปุ่มกระดูกขึ้นมา</div>
<div>เนื่องจากไม่สามารถลงแรงไปที่เท้าได้เต็มที่ แรงกระแทกจากการเคลื่อนไหวจึงไปลงที่ขามากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อหน้าขาอักเสบ</div>
<div>ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดอาจติดเชื้อ ข้อเท้าเคลื่อนไหวได้ไม่ดี กระดูกหายช้า และเกิดอาการเจ็บอยู่ ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่พบได้ไม่บ่อยนัก</div>
<div>การป้องกันภาวะเท้าแบน</div>
<div></div>
<div>สาเหตุของภาวะ<a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/"><strong>เท้าแบน</strong></a>มีแนวโน้มเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม จึงอาจป้องกันได้ยาก อย่างไรก็ดีภาวะเท้าแบนสามารถจัดการและป้องกันไม่ให้อาการแย่ลงได้ ดังนี้</div>
<div></div>
<div>สวมรองเท้าที่พอดีและรับกับลักษณะฝ่าเท้า</div>
<div>สวมอุปกรณ์เสริมที่เท้าเพื่อลดอาการปวดเท้า</div>
<div>เลี่ยงกิจกรรมหรือกีฬาที่ก่อให้เกิดแรงกระแทกที่ฝ่าเท้า เช่น วิ่ง กระโดด เล่นบาสเก็ตบอล เตะฟุตบอล หรือตีเทนนิส</div>
<div>รับประทานยาแก้ปวดเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่เท้าให้ทุเลาลง</div>
<div>ลดน้ำหนักเพื่อลดแรงกระแทกที่เท้า รวมทั้งเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ภาวะเท้าแบน เช่น ดูแลตัวเองไม่ให้ป่วยเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคอ้วน</div>
<div>.</div>
<div>
<div>หมอเฟริส สิทธิพงษ์ มีภักดี</div>
<div>Podiatric Medicine, Adv clinical pod</div>
<div>.</div>
<div>“สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า”</div>
<div><a href="https://talon.co.th/">รองเท้าสุขภาพ</a> ต้อง TALON<br />
สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น<br />
แอดLine@ ของ Talon ได้ที่นี่เลยค่ะ<br />
&#x1f449; <a href="https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g">https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g</a></div>
<div>.</div>
<div><a href="https://talon.co.th/foot-clinic/">คลินิกตรวจสุขภาพเท้า</a><span style="color: #555555;"> โดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงงาน ใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อบบน ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ</span></div>
<div>
<p>foot clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. Tel 02-896-3800</p>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%99/">ความหมาย เท้าแบน</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 อันดับโรคเกี่ยวกับเท้า ที่ไม่ควรมองข้าม</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[pornsak]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Aug 2020 14:48:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรคตาปลา]]></category>
		<category><![CDATA[หูดที่เท้า]]></category>
		<category><![CDATA[นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าบวม]]></category>
		<category><![CDATA[เล็บขบ]]></category>
		<category><![CDATA[ส้นเท้าแตก]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเท้าเหม็น]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเท้าแบน]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเชื้อราที่เท้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรคเอ็นฝ่าฝ่าเท้าอักเสบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/?p=41715</guid>

					<description><![CDATA[<p>อวัยวะภายในร่างกายของเราทุกส่วนถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองกา</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/">10 อันดับโรคเกี่ยวกับเท้า ที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อวัยวะภายในร่างกายของเราทุกส่วนถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองการใช้งานทั้งเบาและหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เท้า” หนึ่งในอวัยวะที่เรียกได้ว่าทำงานหนักเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่จะพาเราเดินไปไหนได้ไกลและนาน รวมถึงการแบกรับน้ำหนักของร่างกาย แต่หากวันหนึ่งเท้าของเราเกิดทำงานผิดปกติขึ้นมาแล้วล่ะก็ ลำบากเลยนะคะ เพราะฉะนั้น เราควรป้องกันและรู้ให้ทันความผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับเท้าของเรา กับ 10 อันดับโรคเกี่ยวกับเท้า ที่ไม่ควรมองข้าม</p>
<p><strong>1. โรคเชื้อราที่เท้า (Athlete&#8217;s Foot)<br />
</strong>หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “ฮ่องกงฟุต, น้ำกัดเท้า” เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อราสายพันธุ์ Dermatophytes ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในที่เปียกชื้น โรคนี้สามารถติดกันได้จากการใช้ข้าวของเครื่องใช้ร่วมกัน<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> อาการในระยะแรกจะมีลักษะเปื่อย แดง และลอก เนื่องจากเกิดการระคายเคือง แต่หากคันและเกา อาการจะลุกลามจนเกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการแสบร้อน เป็นหนอง เป็นขุยสีขาว และเท้ามีกลิ่นเหม็นได้<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong>  หลีกเลี่ยงการยืนแช่น้ำนาน ๆ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดเท้าให้แห้ง โรยแป้งที่เท้าเพื่อไม่ให้เท้าเปียกชื้น</p>
<p><strong>2. โรคเอ็นฝ่าฝ่าเท้าอักเสบ<br />
</strong>ชื่อเล่นของโรคนี้คือ “รองช้ำ” เป็นภาวะที่มีการอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้า ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในเพศหญิง<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> เจ็บส้นเท้า และมักจะเป็นมากในตอนเช้าเมื่อลุกจากเตียง โดยอาการจะเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งจะรุนแรงขึ้นตามลักษณะการใช้งาน<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong> สิ่งสำคัญคือการพักเท้า คือ หยุดหรือลดการเดิน ประคบความเย็น 3-4 ครั้ง/วัน ออกกำลังกายเพื่อบริหารเอ็นร้อยหวาย</p>
<p><strong>3. โรคเท้าเหม็น (Stinky Feet)<br />
</strong>บางคนก็เรียกว่า โรคเท้าเหม็นเป็นรู ซึ่งจะเจอในช่วงที่ใส่ถุงเท้าและรองเท้าเป็นเวลานานและมีเหงื่อออกที่เท้าติดต่อกัน และเริ่มมีกลิ่นเหม็น เกิดจากการสั่งสมของแบคทีเรีย<strong><br />
อาการ </strong><strong>: </strong>ฝ่าเท้าเป็นรูเล็ก ๆ หรือถลอกเป็นปื้น ร่วมกับเท้ามีกลิ่นเหม็น<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>: </strong>โดยทั่วไปจะใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดทาผิวหนัง 2-4 สัปดาห์ นอกจากนี้ ควรล้างเท้าที่ผสมยาฆ่าเชื้อและเช็ดให้แห้ง ไม่สวมรองเท้าหรือถุงเท้าซ้ำเป็นเวลานาน ๆ</p>
<p><strong> 4. โรคตาปลา (Corns)<br />
</strong>ผิวหนังเกิดการแข็งตัวเป็นตุ่มหนา โดยมักจะเกิดขึ้นด้านบนและด้านข้างของนิ้วเท้าหรือบนฝ่าเท้า แต่ก็สามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการสวมใส่รองเท้าไม่พอดี การเสียดสีของเท้า<strong><br />
อาการ </strong><strong>: </strong>มีตุ่มหนา แข็งที่ผิวหนัง กดเจ็บ โดยตุ่มจะแห้งเป็นขุย เป็นวงสีเหลืองรอบ ๆ ตรงกลางที่แข็งจะเป็นสีเทา<strong><br />
การป้องกันและรักษา </strong><strong>: </strong>หลีกเลี่ยงพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ทำให้เกิดแรงกดหรือการเสียดสี สวมใส่รองเท้าให้พอดี ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการรักษาโดยเฉพาะ</p>
<p><strong>5. เล็บขบ</strong><br />
ภาวะที่เล็บงอกหรือทิ่มเข้าไปบริเวณผิวหนังปลายเล็บ เกิดขึ้นได้บ่อยโดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด บวม แดง<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> กดเจ็บที่นิ้วเท้า มีรอยแดงและบวมรอบ ๆ นิ้วเท้า มีเลือดออก เป็นหนองที่เท้า<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong> แช่เท้าในน้ำอุ่น 3-4 ครั้ง/วัน ครั้งละ 15-20 นาที ใช้ยาบรรเทาอาการปวด หากมีอาการรุนแรงจากการติดเชื้อควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด</p>
<p><strong>6. โรคเท้าแบน (Flat Feet)</strong><br />
เป็นลักษณะเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้า และเมื่อยืนเท้าจะแนบสนิทไปกับพื้น ซึ่งเท้าแบนนี้สามารถเกิดได้ตั้งแต่เด็กและอาจเกิดจากการได้รับบาดเจ็บหรือเสื่อมสภาพไปตามอายุ<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> รู้สึกเจ็บฝ่าเท้าแม้จะสวมใส่รองเท้าที่สบายและรองรับเท้า ทรงตัวบนเท้าลำบาก<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong> ไม่จำเป็นต้องรักษาหากไม่มีอาการเจ็บปวด หรือใช้วิธีบำบัดทางกายภาพ เช่น ใช้อุปกรณ์เสริมที่เท้า สวมรองเท้าที่รับกับเท้า ออกกำลังยืดเส้น หรือ<a href="https://talon.co.th/talon-made-to-order/">สั่งตัดรองเท้าสุขภาพ</a></p>
<p><strong>7. หูดที่เท้า</strong><br />
เป็นโรคติดต่อทางผิวหนัง เกิดจากเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ไปกระตุ้นเซลล์ผิวหนังเกิดการหนาตัวขึ้น ซึ่งสามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> มีลักษณะเป็นปื้นหนา แข็ง ฝังอยู่ในเนื้อ สีค่อนข้างเหลือง เมื่อยืนลงน้ำหนักจะรู้สึกเจ็บ<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong> ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV และรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อให้มีภูมิต้านทานโรค</p>
<p><strong> </strong><strong>8. ส้นเท้าแตก</strong><br />
อาการที่ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง แข็ง หยาบ แตกและแยกออกเป็นแผ่น ๆ โดยมากสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อากาศแห้ง ดื่มน้ำน้อย สบู่ทำให้ผิวแห้ง ฯลฯ<br />
<strong>การป้องกันและรักษา </strong><strong>: </strong>ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนัง ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ แต่หากมีอาการแดงและเจ็บปวดมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อและรีบรักษา</p>
<p><strong>9. นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป (Hallux varus)<br />
</strong>การที่นิ้วหัวเเม่เท้าเอียงเข้าหานิ้วชี้มากเกินไป จนทำให้กระดูกนิ้วโป้งเท้านูนออกมา เวลาเดินหรือใส่รองเท้าก็จะรู้สึกเจ็บมีสาเหตุ ซึ่งเกิดจากโครงสร้างเท้าที่ผิดปกติซึ่งมักเป็นพันธุกรรม เช่น เท้าแบน หรือกระดูกนิ้วหัวแม่เท้ามีการเอียงออกเอง<br />
<strong>อาการ </strong><strong>: </strong>โคนนิ้วหัวแม่เท้าด้านนอกปูด บวม แดง รู้สึกปวดเท้าเป็นพัก ๆ<strong><br />
การป้องกันและรักษา </strong><strong>:</strong> เลือกรองเท้าที่หัวกว้างหรือไม่บีบรัดจนเกินไปเพื่อไม่ให้เกิดอาการหรือปัญหาที่รุนแรง</p>
<p><strong>10. เท้าบวม</strong><br />
อาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่เท้าไปจนถึงข้อเท้า ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ<br />
<strong>อาการ </strong><strong>:</strong> เท้าหรือข้อเท้า เมื่อสัมผัสบริเวณเท้าจะรู้สึกนิ่มกว่าปกติ ถ้าใช้นิ้วกดจะบุ๋มลงไป คืนสภาพอย่างช้า ๆ<br />
<strong>การป้องกันและรักษา</strong><strong> : </strong>ยกขาให้สูงขึ้นขณะนอนหงาย ยืดเหยียดขาบ่อย ๆ ลดปริมาณการทานเกลือลง และหากอาการบวมเกี่ยวข้องกับอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษา</p>
<p>ทุกโรคและอาการข้างต้นนี้สามารถป้องกันและบรรเทาอาการไม่ให้รุนแรงขึ้นได้หากเราเอาใจใส่ ดูแลสุขภาพเท้าของเราอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอนะคะ</p>
<p><em><strong><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">&#8220;สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า&#8221; </span></strong></em></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น </span></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">แอดLine@ ของ Talon ได้ที่นี่เลยค่ะ &#x1f449; </span><a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" dir="auto" spellcheck="false" href="https://www.youtube.com/redirect?v=bi5Kb2JfaVU&amp;redir_token=QUFFLUhqbXB2UnFtSmROOTFyZGNsWUlZWEpZRnV0aEltZ3xBQ3Jtc0trMTFyU2cxU0dONzZvNmZMRGRxS3IzdC1kMVgwS3VfRUdIWFNVaWVPQ3FzWTMxVE1qbU9VRWlaOUw4Qmk3SjFqREt5YVgyUVF5eWw4NkJ6QWhMV2RTVGNkaXlCY2hNOWNRamsycVNxQWxZWjI2dGFYYw%3D%3D&amp;event=video_description&amp;q=https%3A%2F%2Fline.me%2FR%2Fti%2Fp%2F%2540ool5177g" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g</a><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto"> . </span></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">&#x2763;&#xfe0f;ชมสินค้า ทดลองสวมใส่ พร้อมรับบริการ ตรวจสุขภาพเท้าโดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงงาน ใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อบบน ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ . </span></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">&#x2763;&#xfe0f;เลือกดูสินค้าใหม่ก่อนใครได้ที่ คลิกเลย </span><a class="yt-simple-endpoint style-scope yt-formatted-string" dir="auto" spellcheck="false" href="https://www.youtube.com/redirect?v=bi5Kb2JfaVU&amp;redir_token=QUFFLUhqbHJsMjY4WnRNU1hrVzVoeVRuRUJqLW8wQVlod3xBQ3Jtc0trUThXbk0zQThfMzRFWG16X3M3c1lnamNsUmQ5dmtnT01Bd29GbGNkNFozNlVGektvR1ExT2pnWEdYOGtWY181Z1R2RHpPYmc4UFMyNWFCbHNXUGxnby1aNUh6bmVIZ2t1Rl9fMHpNS2pfSU8zZjgtOA%3D%3D&amp;event=video_description&amp;q=https%3A%2F%2Fwww.instagram.com%2Ftalonshoe%2F" target="_blank" rel="nofollow noopener noreferrer">https://www.instagram.com/talonshoe/</a><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto"> . </span></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">foot clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. Tel 02-896-3800 หมอ เฟิส สิทธิพงษ์ Pod Med , Adv clinical pod เลือกแบบสินค้าอีกมากมายได้ที่ </span></p>
<p><span class="style-scope yt-formatted-string" dir="auto">www.shoerus.com www.talon.co.th</span></p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/10-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89/">10 อันดับโรคเกี่ยวกับเท้า ที่ไม่ควรมองข้าม</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
