สรุปสั้นสำหรับคนรีบ: “เท้าดำ” ในผู้ป่วยเบาหวานเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าตีบตันจนเนื้อเยื่อขาดเลือด เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยไว้อาจลุกลามถึงขั้นต้องตัดขา ยิ่งพบเร็วโอกาสรักษาให้หายโดยไม่ต้องตัดยิ่งสูง
💡 กำลังมองหารองเท้าที่เหมาะกับอาการนี้อยู่ใช่ไหม? ดูรองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
เบาหวานลงเท้าคืออะไร
เบาหวานลงเท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทส่วนปลายจากโรคเบาหวาน มีอาการแสดงได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่เท้า หรือปวดแปลบ ๆ คล้ายเข็มตำบริเวณเท้าในเวลากลางคืน
- อาการชาบริเวณเท้าทั้งสองข้าง และอาจจะลุกลามไปยังมือทั้งสองข้างได้เช่นกัน ตั้งแต่ชาเล็กน้อยไปจนถึงชาจนไม่รู้สึกอะไรเลย
- ผิวหนังบริเวณเท้าทั้งสองข้างแห้ง ปริแตกได้ง่าย เสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรัง
- กล้ามเนื้อบริเวณเท้าบางมัดฝ่อลง เกิดเท้าผิดรูปได้
- ขนที่เท้าหรือขาน้อยลง
- สีผิวที่เท้ามีความคล้ำมากขึ้น
- มีแผลที่เท้าเรื้อรังและหายได้ยาก
ดูแลสุขภาพเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มเติมได้ที่ การดูแลสุขภาพเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
อาการเท้าดำในผู้ป่วยเบาหวานเป็นอย่างไร
เมื่อใดที่สีผิวบริเวณเท้าเปลี่ยนแปลงไป ค่อนไปทางดำและเป็นมัน ขนมักร่วง และคลำชีพจรที่เท้าได้เบาลง นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะมักเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงเท้าตีบตัน หากตรวจ ABI (ankle-brachial index) มักพบค่าต่ำกว่า 0.9 ในช่วงแรกที่หลอดเลือดตีบไม่มาก อาจไม่มีอาการใดๆ เลย แต่เมื่อตีบมากขึ้นจนเลือดไปเลี้ยงไม่พอ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดน่อง เป็นตะคริว เท้าชา อ่อนแรง และเมื่อเท้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นหรือดำและแห้ง หมายความว่าเนื้อเยื่อบริเวณนั้นตายไปแล้วจากการขาดเลือด
การตรวจวินิจฉัยอาการเท้าดำในผู้ป่วยเบาหวาน
โดยทั่วไปแพทย์จะตรวจ ankle-brachial index (ABI) คือการวัดความดันโลหิตที่แขนทั้งสองข้างและขาทั้งสองข้างแล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ปกติความดันที่ขาจะสูงกว่าที่แขน หากค่า ABI ต่ำผิดปกติ บ่งชี้ว่าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขา/เท้าตีบตัน
เท้าดำจากเบาหวานรักษาได้ไหม
เท้าดำจากเบาหวานเกิดจากอาการหลอดเลือดตีบตัน หากเท้าดำเพียงเล็กน้อยอาจใช้ยารักษาได้ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง แพทย์อาจต้องรักษาด้วยการสอดสายสวนขยายหลอดเลือด หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือด (bypass) เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงขาได้เพียงพอ การตัดนิ้วเท้าหรือตัดเนื้อตายเพียงอย่างเดียวโดยไม่แก้ที่สาเหตุหลอดเลือดตีบ มักไม่ทำให้แผลหาย และอาจยิ่งทำให้แผลลุกลามมากขึ้น
ทางที่ดีที่สุดคืออย่าปล่อยให้เท้าดำลุกลาม หากพบว่าเท้ามีสีคล้ำลง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เป็นน้อยมีโอกาสรักษาหายสูง เป็นมากโอกาสต้องตัดขาก็ยิ่งมากขึ้น
ข้อควรระวัง: ทำไมแผลเบาหวานที่เท้าถึงอันตราย
ผู้ป่วยเบาหวานส่วนมากมีปัญหาหลอดเลือดที่ขาตีบตันร่วมกับอาการเท้าชา เมื่อเกิดแผลที่เท้าจึงมักไม่รู้สึกเจ็บและถูกปล่อยปละละเลยจนแผลลุกลาม หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจติดเชื้อรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต การตรวจเท้าเป็นประจำและสังเกตความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเท้าดำในผู้ป่วยเบาหวาน (FAQ)
เท้าดำในผู้ป่วยเบาหวานอันตรายแค่ไหน?
ถือว่าอันตรายมาก เพราะหมายถึงเนื้อเยื่อบริเวณนั้นขาดเลือดจนตาย หากไม่รีบรักษาอาจลุกลามจนต้องตัดนิ้วเท้าหรือตัดขา ควรพบแพทย์ทันทีที่สังเกตเห็นสีผิวเท้าเปลี่ยนไป
ผู้ป่วยเบาหวานควรตรวจเท้าตัวเองบ่อยแค่ไหน?
ควรสังเกตเท้าตัวเองทุกวัน โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้าและฝ่าเท้า เพื่อหาแผล รอยแตก หรือสีผิวที่เปลี่ยนไป เนื่องจากเส้นประสาทที่เสื่อมจากเบาหวานอาจทำให้ไม่รู้สึกเจ็บแม้มีแผลแล้ว
ป้องกันเท้าดำจากเบาหวานได้อย่างไร
ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์กำหนด ตรวจสุขภาพเท้าเป็นประจำ เลือกสวมรองเท้าที่พอดีไม่กดทับจุดใดจุดหนึ่ง และงดสูบบุหรี่ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้หลอดเลือดตีบเร็วขึ้น
ดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวานให้ปลอดภัยด้วยรองเท้าสุขภาพจาก TALON
การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมช่วยลดแรงกดทับและการเสียดสีที่อาจทำให้เกิดแผลได้ TALON มีรองเท้าสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ ราคาเริ่มต้น 3,490 บาท พร้อมบริการตรวจสุขภาพเท้าโดยผู้เชี่ยวชาญที่โรงงานใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อปที่ ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ หรือสั่งตัดรองเท้าได้ที่ https://shop.line.me/@talon/
“สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า” — รองเท้าสุขภาพ ต้อง TALON
Foot Clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 9:00-17:00 น. โทร 02-896-3800 หรือ add Line:@talon
บทความนี้ตรวจสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ Foot Clinic by TALON

