<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เบาหวานกับการดูแลเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<atom:link href="https://talon.co.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://talon.co.th/tag/เบาหวานกับการดูแลเท้า/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 10 Jul 2021 14:31:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://talon.co.th/wp-content/uploads/2020/03/cropped-Logo-for-healthy-feet-32x32.jpg</url>
	<title>เบาหวานกับการดูแลเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<link>https://talon.co.th/tag/เบาหวานกับการดูแลเท้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เบาหวานกับการดูแลเท้า</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[turnoff.tt]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Mar 2020 08:14:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวานกับการดูแลเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[เท้าเบาหวาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/uncategorized/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</guid>

					<description><![CDATA[<p>เท้าเบาหวาน (Diabetic Fo๐) หมายถึง สภาวะของเท้ที่กิดจาก</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เบาหวานกับการดูแลเท้า</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เท้าเบาหวาน (Diabetic Fo๐) หมายถึง สภาวะของเท้ที่กิดจากปลายประสาทเสื่อม เส้นเลือดส่วน</p>
<p>ปลายตีบตันและการติดเชื้อในระดับความรุนแรงที่ต่างๆกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดบาดแผลและนำไปสู่การถูกตัดขา</p>
<p>ได้ (พัฒนพงย์ นาวีเจริญ, 2549;ประมุบ มุทิรางกูร,2548)</p>
<p>ป้วจัยเสี่ยงต่อการเกิดแผลละถูกตัดขา</p>
<p>ปัจจับเสี่ยงหรือผู้ป้วยกลุ่มที่สี่ยงต่อการเกิดแผลและถูกตัดขา ไดแเก่</p>
<p>1. เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี</p>
<p>2. รูปร่างเท้าผิดปกติ</p>
<p>3. เคยมีแผลหรือถูกตัดขามาก่อน</p>
<p>4. ภาวะประสาทส่วนปลายเสื่อม</p>
<p>ร. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้</p>
<p>6. เส้นเลือดส่วนปลายตีบ</p>
<p>นอกจากนั้นยังมีปัจัยสี่ยงอื่นๆ เช่น อายุ เพศ น้ำหนัก การมีภาวะแทรกซ้อนทางตา และไตจาก</p>
<p>เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในลือดสูง รูปร่างเท้ผิดปกติและการเพิ่มแรงกคกับของฝ้ท้ รวมทั้ง</p>
<p>การบาดความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลเท้ของผู้ป่วยเป็นตั้น (พัฒนพงย์ นาวีเจริญ,2549;ศิริพร จันทร์ถาย, 2548</p>
<p>; Lehto.S at et ,1996 )</p>
<p>สาเหตุของการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน</p>
<p>แผลที่เท้าในผู้ป่วขเบาหวานเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้คือ 1) ปลาขประสาทเสื่อม (peripheral</p>
<p>neuropathy) 2) หลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน ( peripheral vascular disease) 3) แรงกดทับ (foot stress) และ</p>
<p>4) การติดเชื้อ (infection) (สมพงย สุวรรณวลัขกร, 247; ศิริพร จันทร์ถาย, 248 ;ประมุข มุทิรางกูร,</p>
<p>十</p>
<p>2548)</p>
<p>1. ปลายประสาทเสื่อม เป็นสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดของผู้ป่วยที่มาพบแพกข์จากการมีแผล บางครั้ง</p>
<p>เป็นปัญหาที่ทำให้ผู้ปวยมาพบแพทย์ก่อนการวินิฉัยว่าเป็นเบาหวาน และเมื่อเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมจะ</p>
<p>ส่งผลต่อเท้าดังนี้คือ</p>
<p>1.1 เส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อม (sensory neropath) ทำให้ผู้ป่วยมีอาการชา ไม่รู้สึก</p>
<p>ไม่สามารถรับรู้อันตรายที่เกิดขึ้นจากของแหลมคม ความร้อนเย็น ตลอดจนแรงกดที่ผิดปกติ เช่น ผู้ป่วย</p>
<p>สามารถทนแรงบีบจากรองเท้ที่ไม่หมาะสมได้นานๆ โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือเมื่อมีแผลผู้ป้วยจะไม่รู้สึกเจ็บ</p>
<p>และเดินลงน้ำหนักบริวณที่มีแผลรื่อยาก่อให้กิดการบาดจ็บมากขึ้น และอางส่งผลให้ติดเชื้อลุกลามจน</p>
<p>นำไปสู่การตัดขาได้ในที่สุด</p>
<p>12 เส้นประสาทสั่งการเสื่อม (motor neuropathy) ทำให้กล้ำมเนื้อเท้ออนแรงไม่สมดุลและ</p>
<p>ฝอลีบ เกิดกาวะเท้าผิดรูป จุครับน้ำหนักเปลี่ขนแปลงไป หรือมีจุครับน้ำหนักมากผิดปกติในบางจุด (high</p>
<p>foot pressure) ทำให้เกิดแผลในเวลาต่อมา</p>
<p>13 เส้นประสาทอัตโนมัติเสื่อม (autonomic neuropathy) ทำให้การผลิตเหงื่อน้อยลง เกิดภาวะ</p>
<p>ผิวเห้งเตกเป็นร่องและเกิดเป็นแผลได้ง่าย โดยเฉพาะตำแหน่งที่รับน้ำหนัก เช่น ฝ้าเท้า</p>
<p>2. หลอดเลือคส่วนปลาขตีบตัน เป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของการเกิดแผล ซึ่งเป็นตัวขัดขวางการ</p>
<p>หายของแผลจากการขาดลือด ทำให้อาหารและยาเข้ไม่ถึงแผลและนำไปสู่การตัดขได้โคยมีปัจจัยเสี่ขงคือ</p>
<p>อาขุมาก เป็นเบาหวานมานาน ไขมันในเลือดสูง กรสูบบุหรี่และน้ำตาลในลือคสูง</p>
<p>3. แรงกดทับและกลไกการบาดเจ็บของเท้ ปัจัยนี้เป็นสิ่งสำคัญที่มีการศึกษากันมากจนเป็นที่ยอมรับ</p>
<p>ว่าทีมผู้ดูแลทั้บาหวานจำป็นต้องมีความรู้ทางชีกลศาสคร์ร่วมด้วย พื่อช่วยในการปรับเปลี่ขนรอง และ</p>
<p>ใช้กาขอุปกรณ์เสริมเพื่อลดแรงกดทับ ซึ่งสามารถแบ่งได้ตามชนิดของแรงและกลไกการบาดเจ็บของเท้าได้ดังนี้</p>
<p>3.1 แรงกระทำที่รุนแรงและเขบพลัน (high pressure penetrating injury) เช่นการเดินเหยียบ</p>
<p>ตะปูหรือของมีคม เป็นต้น</p>
<p>3.2 แรงกระทำปานกลางที่เกิดเป็นระยะๆ (moderate &#8211; pressure repetitive injury) แรงหนิดนี้เกิด</p>
<p>จากการเดินในชีวิตประจำวัน โดยมีบางจุดของฝ่าเท้าที่รับน้ำหนักมากกว่าจุคอื่น เช่น บริเวณหัวกระดูก</p>
<p>(metatarsal head) ซึ่งเป็นจุดที่เสี่ขงต่อการเกิดแผลละถ้มีข้อเทติดทำให้แรงกดทับบริเวณนี้เพิ่มขึ้น โอกาส</p>
<p>เกิดแผลยิ่งมากขึ้น นอกจากนี้ถ้มีการตัดนิเท้าไปบางนิ้วทำให้นิ้วที่เหลือต้องรับน้ำหนักมากขึ้นโอกาสุเกิด</p>
<p>แผลที่นิเท้าที่เหลืออยู่ก็จะเพิ่มขึ้นไปอีก</p>
<p>33 แรงกดทับเล็กน้อยที่เกิดต่อเนื่องป็นระะวลานาน (low &#8211; pressure continuous) เช่น การใส่</p>
<p>รองเท้าที่กับเกินไปนานหลาชั่วโมง โดยผู้ป่วไม่รู้สึกจ็บปวดทำให้กิดการขาดเลือดไปลี้ขง ซึ่งบริเวณที่พบ</p>
<p>บ่อขคือหลังเทและค้ำนข้งของนิ้วเท้ หรือการมีนิ้วเท้งอผิดรูป(claw toes) จะทำให้เกิดเผลบริเวณปลาขนิ้ว</p>
<p>ที่จิกลงพื้น(tip-top of toes)</p>
<p>4. การติดเชื้อ ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี จะทำให้เม็คลือดขาวมีจำนวนลคลงเเละ</p>
<p>ความสามารถในการทำลาขเชื้อแบดทีรียลดลงด้วข ทำให้เกิดแผลติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้หากมี ภาวะเส้น</p>
<p>ลือดสนปลาตีบตันร่วมด้วขจะทำให้ขาปฏิชีวนะต่งๆยังเข้ถึงบริเวณแผลได้ยาก ทำให้เนื้อเชื่อขาคออกซิเจน</p>
<p>และการติดเชื้อแพร่คระายหรือลุกลามเร็วขึ้น(อนุวัฒน์ กีระสุนทรพงย, 2548 )</p>
<p>การตรวจกัดกรองปัญหาสุขภาพเท้าผู้ป่วยเบาหวาน</p>
<p>เนื่องจากกลไกการเกิดแผลที่เทในผู้ป่วยเบาหวานที่ผ่านมาพบว่า ผู้ป้วยส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าเกิด</p>
<p>ตั้งแต่เมื่อไรและมักจะมาพบแพทย์เมื่ออาการถกลามแล้ว จึงควรมีการตรวกัดกรองปัญหาสุขภาพเท้าของ</p>
<p>ผู้ป้วยเบาหวาน เพื่อดรวงสภาพปัญหาของทจะทำให้ทราบว่าผู้ป่วยมีปัญหาอะไร และทราบว่าผู้ป้วยมีความ</p>
<p>เสี่ยงมากน้อยเพีขงไดเป็นการช่วยให้ผู้ป่ายได้รับการรักษาตามกวามสี่ขง และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม</p>
<p>ต่อไปได้ดข ซึ่งแนวทางในการประเมินดังนี้คือ (สมพงย สุรรณวลัขกร, 247 ; ศิริพร จันทร์ฉาข, 2458)</p>
<p>2.การตรวจเท้า ประกอบด้วข</p>
<p>21 การตรวจระบบประสาท (neurological evaluation ) : เพื่อกันหาภาวะปลายประสาทเสื่อม</p>
<p>(peripheral neuropathy) ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่ได้ประเมินตั้งแต่เริ่มต้น แต่มักจะตรวาในผู้ป่วยที่มีอาการปวด</p>
<p>ชา หรือมีแผลเกิดขึ้นแล้ว ได้แก่</p>
<p>2.1.1 การตรวจประสาทสั่งการ (motor) เป็นการตรวจหาสิ่งที่ทำให้มีจุดกดทับ หรือกลไกการเดิน</p>
<p>ผิดปกติ หรืออาการอ่อนแรงของกล้ำมเนื้อต่าง ๆ ( weakness and atrophy) เช่น การอ่อนแรงหรือลืบฝอของ</p>
<p>กล้ามเนื้อเท้า (intrinsic foot muscles) เละกล้มเนื้อกระดูกข้อเท้า (ankle dorsilexor)</p>
<p>2.1.2 การตรวจประสาทรับความรู้สึก (sensory) โดยทั่วไปมักหมายถึงการตรวจความรู้สึกเจ็บ</p>
<p>ด้วขของแหลมคม (pinprick sensation) ปัจุบันนิขมตรวจด้วข monoflament ซึ่งเป็นการตรวจ light touch</p>
<p>pressure ที่มีลักษณะ semi quantitative testเนื่องจากใช้ง่าย ราคาถูกและมีความน่าเชื่อถือ (sensitivity 0.84 &#8211;</p>
<p>1.00 , specificity 0.77-1.00) (Rith-Najarian &amp; Stolusk, 1992 ) และยังสามารถบอกระดับความรุนแรง และ</p>
<p>การกระจายของบริเวณที่มีปัญหาได้อีกด้วย (Bell &#8211; Krotosk, 1991 อ้างตาม กุลภา ศรีสวัสดิ์ และสุทิน</p>
<p>ศรีอับฎาพร, 2548 )</p>
<p>วิธีการตรวจการรับรู้วํความรู้สึกด้วย Semmes -Weinstein Monofilament</p>
<p>Semmes &#8211; Weinstien Monofilament เป็นอุปกรณ์ที่ทำจากใยไนลอน ซึ่งมีหลากหลายขนาด โคยเเต่</p>
<p>ละขนาดจะมีค่าเรงกดมาตรฐานเฉพาะตัว แต่ที่นิยมใช้คือ ขนาด ร.07 (10 gm) ถ้ผู้ป่วยไม่สามารถรับรู้การ</p>
<p>ตรวจถือว่าสูญเสีขความ รู้สึกในการป้องกันอันตราย (loss of protective sensation ; LOP) โดยมีขั้นตอนการ</p>
<p>ตรวจดังนี้คือ</p>
<p>อธิบาขขั้นตอนและกระบวนการตรวจให้ผู้ป้วยเข้าใจก่อนที่จะทำการทดสอบ โดยใช้ปลาขของ</p>
<p>monofilament กดที่บริเวณแขนของผู้ป้วยเพื่อให้ผู้ป้วยเข้ใจถึงความรู้สึก และเพื่อแสดงให้ผู้ป่วยเห็นว่าไม่ทำ</p>
<p>ให้เกิดความเจ็บปวดขณะตรวา</p>
<p>. จัดท่าโดยการให้ผู้ป่ยนั่งบนก้อี้ที่มีพนักพิงหลัง ยึดขา 2 ข้ง วางบนเก้อี้อีกตัว หรือนอนบนเตียง</p>
<p>ตรวาเละให้ผู้ป่วยหลับตาขณะตรวา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8211; อธิบายให้ผู้ป้วยเข้ใจว่าขณะใช้ monoflament สัมผัสที่เท้าเพื่อเป็นการทดสอบผู้ป้วย ต้องบอก</p>
<p>พขาบาลผู้ดรวงว่าตำแหน่งที่ mOflลent สัมผัสถือตำแหน่งใดเช่น นิ้ง นิกลาง นิ้ก้อย หรือสั้นเท้</p>
<p>(รูปที่1)</p>
<p>รูปที่1 แสดงตำแหน่งการทคสอบความรู้สึก</p>
<p>&#8211; ขณะตรวาะต้องให้ monoflament มาแตะในแนวตั้งถากกับผิวหนังบริเวณที่จะทดสอบ และถ่อยา</p>
<p>กดลงจน monofilament มีการงอตัวเพียงเล็กน้อยในลักษณะเป็นรูปตัว &#8220;C&#8221; และกดค้างไว้ 1-2 วินาที จึงปล่อย</p>
<p>ออก (รูปที่ 2)</p>
<p>Hold the filament by</p>
<p>the paper handle.</p>
<p>รูปที่2 แสดงลักษณะการตรวจด้วย monofilament</p>
<p>(ภาพจาก http: // www. medicalmonofilament.com )</p>
<p>&#8211; ใช้ monofilament ตรวาตามตำแหน่งต่าง ๆ ของเท้าโดยไม่เรียงตามลำดับ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยคาดเคา</p>
<p>จุดได้ถูกจากนั้นก็ให้ผู้ป่วยบอกว่ารู้สึกว่ามี monofilament มาเเตะหรือไม่</p>
<p>*หากตอบว่ารู้สึก แสดงว่าการทดสอบให้ผลบวก (+)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>*หากตอบว่าไม่รู้สึก แสดงว่าการทดสอบให้ผลลบ ()</p>
<p>&#8211; ถ้ผู้ปวยไม่สามารถรู้สึกจุดสัมผัสมากกว่หนึ่งจุดก็แสดงว่ผู้ปวยมีปัจัยสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้าใน</p>
<p>อนาคต</p>
<p>&#8211; ควรหลีกเลี่ยงการทดสอบในบริเวณที่เป็นแผลหรือผิวหนังหนาๆ</p>
<p>2.1.3 การตรวจระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic) เป็นการตรวจหาลักษณะผิวหนังแห้ง (dry)</p>
<p>แตกเป็นร่อง (fissuring)</p>
<p>2.2 การตรวจระบบหลอดเลือดส่วนปลาย (vascular screening) เป็นการตรวจหาลักษณะการขาดเลือด</p>
<p>เรื้อรัง เช่น ลักษณะผิมันเป็นงา (hiny kin) ไม่มีขน (ai los) เท้าเซ็น (low temperature) การด capillary</p>
<p>refill time (ปกติควรน้อยกว่า ร วินาที่) และการประเมินสภาพการไหลเวียนของหลอดเลือดบริเวณเท้าโดย</p>
<p>การคลำชีพจรของหลอดเลือด dorsalis pedis ซึ่งอยู่บริเวณค้นบนของฐานกระดูกฝ้าเท้าอันที่2 และชีพจรของ</p>
<p>หลอดเลือด posterior tlbial ซึ่งอยู่บริเวณค้นหลังของตาตุ่มด้นใน(สมชัย ปรีชาสุข, 2541)</p>
<p>23 การตรวจระบบกระดูกละกล้มนื้อ ป็นการตราจที่ะทำให้กิดแรงกดทับที่ผิดปกติ เช่นเท้ผิดรูป</p>
<p>(oot deformiy) กล้ำมเนื้อและเนื้อเยื่อลืบฝอทำให้ปุ่มกระดูกชัด (ony prominence)โครงสร้งเท้าผิดรูปจาก</p>
<p>charcot&#8217;s neuroarthropathy ทำให้กระดูกฝ่เห้ยื่นผิดปกติ (collapsed areh) หรือ การทรงตัวผิดปกติ</p>
<p>(abnormal gait ptte) มีข้อจำกัดการเคลื่อนของช้อต่อบริเวณเท้ (imit joint motion) โดขถพาะ first</p>
<p>MTP และ ankle</p>
<p>2.4 การตรวจระบบผิวหนังและเด็บ เป็นการตรวจหาลักษณะผิวแห้ง แตก แผลถลอก ซึ่งอาจเป็นทางเข้า</p>
<p>ของเชื้อโรกบริเวณที่ร้อน แคง หรือแข็งค้นผิดปกติ บ่งบอกว่ามีแรงกดมาก เสี่ยงต่อการเกิดเผล หรือเล็บยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เกินไปทำให้เกิดบาดแผลต่อบริเวณช้งเกียง บางราขอาจมีล็บบ หรือเชื้อราบริวณง่ามนิ้วเท้า ซึ่งอาจนำไปสู่</p>
<p>การติดเชื้อลุกลาม</p>
<p>2.5 การประเมินรองเท้าที่เหมะสม เป็นการตรวาดูว่าขนาดและรูปแบบหมาะสมหรือไม่ มีบริเวณที่รับ</p>
<p>น้ำหนักผิดปกติหรือไม่</p>
<p>การจำแนกผู้ป่วยตามระดับความเถี่ยง</p>
<p>การกัดกรองและตรวาสภาพปัญหาเทผู้ป่วยเบาหวานสามารถแบ่งผู้ป้วยได้ 4 กลุ่ม ตามระดับความ</p>
<p>เสี่ยง ดังนี้คือ</p>
<p>ระดับ 0 (low risk): กลุ่มที่มีความรู้สึกสัมผัสเท้ที่ผิดปกติ แต่ไม่มีอาการเห้ชาและไม่มีแผล ไม่มี</p>
<p>การสูญเสียความรู้สึกในการป้องกันกันตราย (no loss of protective) และสามารถรับรู้สัมผัสจากการตรวา</p>
<p>ด้วข monofilament 5.07 (10 gm.)ครบถูกตำแหน่ง ขังมีกวามรู้สึกในการป้องกันอันตราย ไม่เกยมีแผลหรือถูก</p>
<p>ตัดขาก่อน</p>
<p>กลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำแต่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงไปเป็นความเสี่ยงสูงได้ การให้ความรู้เป็นหัวใจสำคัญ</p>
<p>ได้แก่ กวามรู้เกี่ขวกับโรคเบาหวาน การป้องกันโรดแทรกซ้อน การเลิกสูบบุหรี่ การคแลเท้ตามคู่มือการดูเเล</p>
<p>สุขภาพท้าและการตรวจเห้ด้วยตนเอง จึงควรมีการตรวจซ้ำปีละ 1 กรั้ง</p>
<p>ระดับ 1 (moderate risk ) : กลุ่มที่มีความรู้สึกสัมผัสที่เทลดลงมีชาบ้ง และไม่มีแผล แต่สูญเสีย</p>
<p>กวาม รู้สึกในการป้องกันอันตราย (loss of protective sensation) ไม่สามารถรับรู้สัมผัสจากการตรวจด้วย</p>
<p>monofilament 507 (0 gm) ตั้งแต่ 1 ตำแหน่งขึ้นไป แต่ยังไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ</p>
<p>กลุ่มนี้เริ่มมีความเสี่ยงสูง ต้องเพิ่มความรู้ในการดูแลสุขภาพกรวมถึงผิวหนังและเบทกวัน เพื่อเฝ้า</p>
<p>ระวังการบาดเจ็บและให้ความรู้ในการดูแลรักษาเบื้องนที่หมาะสม หมเดินเท้าเปล่า รวมทั้งควรได้รับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความรู้และคำแนะนำเกี่ขวกับการเลือกซื้อรองเท้ที่เหมาะสม จึงควรนัดตรวงทุก 3-6 เคือนโดขเน้นตรวง</p>
<p>ประเมินเท้า</p>
<p>ระดับ 2 (high risk):กลุ่มที่สูญสีความรู้สึกสัมผัสที่ท้า มีอาการชา มีการสูญเสีขกวามรู้สึกใน</p>
<p>การป้องกันอันตรายร่วมกับมีจุดรับน้ำหนักผิดปกติไป เช่น เท้ผิครูป การเคลื่อนไหวของข้อลคลง มีตาปลา</p>
<p>และ/หรือการไหลเวียนของลือดผิดปกติ (loss of protective sensation &amp; evidence of high pressure callus</p>
<p>, deformity or poor circulation)</p>
<p>กลุ่มนี้มีความสี่ขงสูงมาก ต้องเพิ่มกวามเคร่งครัดในการดูแลเห้และการบริหารเท้า กวรระมัดระวัง</p>
<p>ไม่ให้เท้าเกิดตาปลาหรือหนังหนาและควรได้รับการขูดหนังหนา ตาปลาโดยเจ้าหน้ำที่ที่ชำนาญหรือปรึกยา</p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญทางด้นการตัดรองเท้าเพื่อลือกใช้อุปกรณ์เสริมฝเก้ หรือสวมรองเทสำหรับ ผู้ป่วขเบาหวาน</p>
<p>โดยฉพาะและควรมาพบแพกข์ทันทีที่มีปัญหาที่เท้า จึงกวรนัดตรวจทุก 1-3 เคือน โดขนนตรวจประเมินเท้า</p>
<p>ตัดหนังเข็ง ตาปลา ประเมินกิจกรรมที่ทำและรองเท้า</p>
<p>ระดับ 3 (very high risk ) : กลุ่มที่มีแผลที่เทหรือมีประวัติคยเป็นแผลที่ท้าหรือถูกตัดเท้ามา</p>
<p>ก่อน (history of plantar ulceration or ,charcot foot)</p>
<p>กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อการเกิดแผลซ้ำหรือถูกตัดขา ต้องเคร่งครัดในการดูแลเท้าและสวม</p>
<p>รองเท้าที่เหมาะสมตลอดวลา จึงควรนัดตรวจทุก 1-2 สัปดาห์ โดยน้นเหมือนระดับ 2 แต่เข้มงวดกว่า</p>
<p>บทบาทพยาบาลในการป้องกันการเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน</p>
<p>การให้คำแนะนำหรือให้ความรู้ในการดูแลตนเองเป็นบทบาทสำคัญของพยาบาลในการป้องกันการเกิด</p>
<p>เผลที่เท้าในผู้ป้วขเบาหวาน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ป่วขเบาหวานส่วนใหญ่จะได้รับความรู้จากการอ่านหนังสือหรือ</p>
<p>กั้นคว้จากตำราน้อยมากแต่าะได้ความรู้จากการได้รับกำแนะนำจากเพทย์บง พยาบาลบ้ง ขณะเดียวกัน</p>
<p>แพทย์ก็จะมีเวลาในการพูดกุหรือให้กวามรู้กับผู้ป่วยน้อมาก เนื่องจากพทย์มีการะงานที่มาก ทำให้ไม่มีเวลา</p>
<p>พยาบาลจึงเป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการให้กวามรู้ผู้ป่วยเนื่องจากพยาบาลเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยมากที่สุด</p>
<p>และเป็นบุดกลที่ได้รับรู้ปัญหาของผู้ป้วยมากกว่าบุคลากรในสาขาอื่น</p>
<p>ข้อเเนะนำในการดูแลฮุขภาพเท้าผู้ป่วยเบาหวาน</p>
<p>1.ทำความสะอาดเท้าทุกวันด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อนๆ วันละ 2 กรั้ง และทำกวามสะอาดทันทีทุก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครั้งที่เท้าเปื้อนสิ่งสกปรกแล้วเช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้สะอาดและนุ่มโดขฉพาะบริวณซอกนิเท้า</p>
<p>2. ควรตรวจเห้และบริเวณซอกนิ้วเอข่างละเอีขดทุกวันเพื่อกั้นหาความผิดปกติ เช่น หนังด้านเเข็ง</p>
<p>ตุ่มพุพอง ตาปลา รอยแตก หรือการติดเชื้อราหรือไม่</p>
<p>3.หากมีปัญหารื่องสายตาควรให้ญติหรือผู้ใกล้ชิดสำรวจเห้และรองท้ให้ทุกวัน หากอ้วนมากจนไม่</p>
<p>สามารถก้มได้ควรใช้กระจกช่วยส่องในการสำรวจเท้า</p>
<p>4. หากผิวแห้งควรใช้กรีมที่มีส่วนผสมของ laolin ทาบาง ๆ แต่ไม่ควรทาบริเวณซอกนิ้วเท้เนื่องจาก</p>
<p>อาจทำให้ซอกนิ้วอับชื้น เกิดเชื้อรา และผิวหนังเปื่อยเป็นแผลได้ง่าย ถ้ผิวหนังขึ้นมีเหงื่อออกง่าย ควรเช็ดเท้</p>
<p>ให้แห้งจะช่วยลุดูการอับชื้นได้</p>
<p>ร. หมเช่ในน้ำร้อนหรืออุปกรณ์ให้ความร้อน / ประคบกระเป้าน้ำร้อนโดยไม่ได้ทำการทดสอบก่อน</p>
<p>6. หากจำเป็นต้องแช่เท้าในน้ำร้อน หรือใช้อุปกรณ์ให้กวามร้อนวางที่เท้าจะต้องทำการทดสอบก่อน</p>
<p>โดยให้ผู้ป้วยใช้ข้อศอกทดสอบระดับความร้อนของน้ำ และอุปกรณ์ให้ความร้อนก่อนทุกครั้ง ผู้ป้วยที่มี</p>
<p>ภาวะแทรกซ้อนที่เส้นประสาทส่วนปลายมากจนไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกร้อนได้ กวรให้ญาติผู้ใกล้ชิดเป็น</p>
<p>ผู้ทำการทดสอบอุณหภูมิเเทน</p>
<p>7.หากมีอาการเท้าเย็นในเวลากลางคืนให้แก้ไขโดยการสวมถุงเท้า</p>
<p>8.การตัดเล็บ ควรตัดหลังทำความสะอาดเทหรือหลังอาบน้ำเนื่องจากเล็บจะนิ่ม ตัดง่าย และควรตัดตาม</p>
<p>แนวของล็บ โดยให้ปลายล็บเสมอกับปลายนิหรือห่างจากขอบล็บประมาณ 2 มิลลิมตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เล็บหรือตัดอย่างเช่นทีร้นทำเล็บเพราะจะทำให้ล็บม้วน เล็บขบ และเมื่อเล็บงอกมาใหม่จะแทงเข้าไปในเนื้อ</p>
<p>ทำให้อักเสบเป็นหนองได้</p>
<p>9.หามตัดตาปลา หรือผิวหนังเข็งด้วยตนเอง รามทั้งมใช้สารเคมีใคๆ ลอกตาปลาด้วขตนเอง เพราะ</p>
<p>อาจทำให้แผลลุกลามได้เนื่องจากขาดความรู้สึก</p>
<p>10.หมเดินเท้าเปล่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่ร้อน เช่น หาดทราย พื้นซิเมนต์</p>
<p>11.ควรจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม เช่น เมื่อมีการเคลื่อนย้ำขสิ่งของต้องเก็บกวาดบริเวณพื้นบ้านให้</p>
<p>เรียบร้อย รามทั้งควรเปิดไฟทางเดินให้สว่างในเวลากลางคืน</p>
<p>12.หากมีบาดแผลเกิดขึ้นที่ก้เพียงล็กน้อคารให้ความสนใจเพราะแผลส่วนใหญ่เริ่มจากการได้รับ</p>
<p>อุบัติเหตุล็กๆน้อขๆ และถูกละเลขจนกลาขเป็นเผลลุกลาม ควรลงทำความสะอาดแผลด้วยน้ำตั้มสุกที่เข็นเเล้ว</p>
<p>หรือลงด้วยน้ำเกลือล้ำงแผลแล้วตามด้วยยา โพวิดีนหรือเบต้ดีนและหากแผลไม่ดีขึ้นภายในเวลา3 วัน ควร</p>
<p>ปรึกษาแพทย์</p>
<p>13.ควบคุมระดับน้ำตาลในลือดให้อยู่เกณฑ์ปกติ หรือใกล้คียงปกติมากที่สุด</p>
<p>14.งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นปัจัยสี่ยงที่สำคัญของการเกิดเส้นลือคคีบตันและจะเร่งให้เส้น</p>
<p>เลือดเล็กๆ ที่เทตีบตันเร็วขึ้น</p>
<p>15. พบเพทย์ตามนัด</p>
<p>16.หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้งหรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานานเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก</p>
<p>17.การบริหารห้ป็นประจำทุกวันอข่างสสมอจะช่ยให้การไหลเวียนของหลอดลือดที่เทคีขึ้น</p>
<p>ข้อแนะนำในการเลือกรองเท้าผู้ป่วยเบาหวาน</p>
<p>รองเท้าที่ดีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการ ถูกตัดขาจากเท้าเบาหวานแต่หากเลือกรองเท้าที่ไม่</p>
<p>เหมาะสมจะเป็นส่วนประกอบสำคัญอข่างหนึ่งในการที่ทำให้เกิดแผล ลักษณะรองเท้าที่เหมาะสมในผู้ป่วย</p>
<p>เบาหวานคือสวมใส่สบาย น้ำหนักเบา อากาศถ่ายเทสะดวก ภายในนิ่มไม่มีรอยกคเจ็บต่อฝ่าเท้า ดังนั้นผู้ป่วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ควรได้รับ คำแนะนำในการลือกรองเท้ที่มีรูปแบบและขนาดที่หมาะสมด้วขตนเองได้โดยมีหลักการทั่วไป</p>
<p>ดังนี้ คือ</p>
<p>1. รูปแบบของรองเท้า</p>
<p>&#8211; ไมกวรเลือกรองเทหน้ำแคบ เพราะจะบีบรัดเก้มากไป</p>
<p>วัสดุที่ใช้ในการรองเท้ ควรเป็นหนังหรือผ้ที่มีความยึดหยุ่นภายในบุดยวัสดุที่นุ่น ดูดซับและ</p>
<p>ระบายความชื้นได้ดี</p>
<p>ควรเป็นรองเท้าแบบหุ้มส้น หรือสาขรัดส้นกันเท้าเลื่อนหลุด หรือเป็นรองเท้าชนิดผูกเชือกหรือเเถบ</p>
<p>velco stap ที่ไม่มีรอตะเข็บบริเวณหลังเท้า เพื่อให้สามารถปรับขขายได้</p>
<p>หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้ที่ทำด้วยยางหรือพลาสติก เนื่องจากทำให้มีโอกาสเกิดการเสียดสี เป็นแผล</p>
<p>ได้ง่าย</p>
<p>&#8211; หลีกเลี่ยงการสวมรองเห้แตะประเกทที่ใช้นิเท้คีบสายรองเท้</p>
<p>&#8211; พื้นด้นในที่สัมผัสท้ควรมีความนิ่มยึดหขุนและหนาพอ รวมทั้งข้ากับรูปฝาเท้ สามารถประคองเท้า</p>
<p>ได้ทุกส่วน</p>
<p>&#8211; พื้นค้นนอก ควรมีความแข็งแรงเพียงพอ ไม่หักงอหรือเสีขรูปทรงง่าย</p>
<p>&#8211; สน ควรทำจากขางเพื่อไม่ให้ลื่นไถลขณะเดิน และควรเป็นส้นเตี้ยเพื่อลดแรงกระทำต่อเก้ส่วนหน้</p>
<p>โคขเฉพาะ metatarsal hard และไม่ควรเป็นชนิดที่สั้นแคบหรือส้นหมุด เพราะจะทำให้เกิดความไม่มั่นคงข้อ</p>
<p>เทอาาพลิกได้ง่าย</p>
<p>2. ขนาดของรองเท้า</p>
<p>สิ่งสำคัญที่ควรทราบ คือขนาดของรองเท้นั้นไม่มีมาตรฐาน จะมีความแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและเเบบ</p>
<p>ของรองเท้า ไมควรดติดกับขนาค(บอร์) ของรองเท้ และเท้จะมีขนาคใหญ่ขึ้นเมื่ออายุมากหรือมีการ</p>
<p>เปลี่ขนเเปลงของกระดูก และเนื้อเชื่อต่งๆ ในเทดังนั้นควรจัดขนาดใหม่ทุกครั้ง</p>
<p>&#8211; วัดขนาดของเท้ทั้งสองข้งทั้งความขาว และความกว้ง เนื่องจากส่วนใหญ่ล้วขนาดของเท้าแต่ละข้าง</p>
<p>มักไม่เท่ากัน</p>
<p>&#8211; ตรวจความพอดีของรองเท้ โดยขณะเลือกต้องยืนลงน้ำหนัก เพราะขนาดของเท้จะเปลี่ยนไปเมื่อลง</p>
<p>น้ำหนัก และต้องลองทั้ง 2 ช้ง เนื่องจากก้ทั้ง2 ข้งอาจไม่ท่กัน จึงควรลองยืนสวมและเดินหลาข ๆ รอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อดูรอขกดทับปกติ</p>
<p>&#8211; กวามขาวจากสั้นรองเก้ถึงบริเวณที่กว้งที่สุดของรองเท้ (heel&#8211;bll-ft) สัมพันธ์กับเทหรือขาวกว่า</p>
<p>นิ้วที่ขาวที่สุดประมาณครึ่งนิ้</p>
<p>&#8211; กวามกว้งของรองเท้า (ball width) ต้องพอดีกับส่วนที่กว้งที่สุดของเท้า (วัดจาก metatarsal head ที่ 1</p>
<p>ถึง 5)</p>
<p>-คนหลังรองเท้ากระชับสั้นเท้าถ้กับจะเกิดแผลกดทับ แต่ถ้าหลวมจะเกิดแผลจากการเสียดสีได้</p>
<p>3. ส่วนประกอบอื่นๆ</p>
<p>10</p>
<p>&#8211; การสำรวจรองห้ทั้งภายในและภายนอกก่อนสวมทุกครั้ง</p>
<p>&#8211; สวมถุงเท้าก่อนสวมรองเท้าเสมอ โดยฉพาะอย่างยิ่งรองเท้าในการออกกำลังกาย</p>
<p>&#8211; เลือกถุงเท้าที่ไม่มีตะเข็บ (หากมีตะเข็บให้กลับค้นในออก ) และถุงเท้าควรทำจากผ้ฝ้าย ซึ่งมีความอ่อน</p>
<p>นุ่ม และสามารถซับหงื่อได้ดี ซึ่งจะช่ยลดความอับขึ้นได้และไม่รัดแน่นเกินไป นอกจากนี้ควรเปลี่ขนถุงเท้า</p>
<p>ทุกวันเพื่อไม่ให้มีการหมักหมมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรด</p>
<p>&#8211; ควรเลือกซื้อรองเทในช่างตอนบ่ายหรือตอนเข็นเพราะเท้จะโตขึ้นเล็กน้อย หากซื้อในช่วงเช้ำและเลือก</p>
<p>ขนาดพอดีจะทำให้รองเท้าดังกล่าวกับและเกิดแรงกดในช่วงบ่าย</p>
<p>&#8211; หากสวมรองเทใหม่ควรสวมไม่กิน 2 ชั่โมง แล้วเปลี่ยนเป็นคู่เก่าสลับกันภายใน 2 สัปดาห์แรก เพื่อ</p>
<p>ป้องกันรองเท้ากัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สรุป</p>
<p>ปัญหาสุขภาพเท้าในผู้ป่วยเบาหวานมีหลายลักณะตั้งเต่อาการชา ผิวหนังแห้งแตกหรือมีหนังหนาๆ</p>
<p>เป็นแผลเล็กๆจนกระทั่งเป็นแผลใหญ่และมีการติดเชื้อ แผลที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักหายช้ำและอาจลุกลามมากขึ้น</p>
<p>จนถูกตัดขาในที่สุด การป้องกันการเกิดแผลที่ท้าในผู้ป่วขเบาหวานเป็นวิธีที่สามารถทำได้และเห็นผลชัดเจน</p>
<p>โดยผู้ป่วยมีส่วนสำคัญในการดูแลตนเอง คือการควบคุมระดับน้ำตาลในลือดให้ใกล้คียระดับปกติมากที่สุด</p>
<p>ตรวาดูเท้าทุกวันเลือกซื้อรองเท้ที่เหมาะสมและรีบปรึกษาเพทย์เมื่อเริ่มเกิดแผล ซึ่งจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน</p>
<p>ลดค่าใช้ของผู้ป่วยเบาหวานได้มากขึ้น</p>
<p>ในอนาคตปัญหาเทผู้ป่วขเบาหวาน มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผู้ดูแลกวรให้ความสำคัญกับ</p>
<p>การประเมินปัญหา ฝ้าระรังในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ และพัฒนาระบบการให้ความรู้หรือพัฒนาศักยภาพในการ</p>
<p>ดูแลตนเองแก่ผู้ปวขเบาหวานเพื่อษะลอการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือลดปัจัยสี่ขงของการเกิดโรคแทรกซ้อน</p>
<p>ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะต้องอาศัขความร่ามมือจากทีมสหสาขาวิชาชีพ โดขถพาะอข่างยิ่งพขาบาลน่าจะเป็น</p>
<p>บุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการให้คำแนะนำหรือให้กวามรู้กับผู้ป้วข เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป้วยและให้การ</p>
<p>ดูแลอย่างต่อเนื่องมากที่สุดรวมทั้งได้รับรู้ปัญหาของผู้ป้วยมากกว่าบุกลากรในสาขาอื่นๆ จึงน่าจะสามารถ</p>
<p>พูดกุยให้ ผู้ป่วขเข้าใจได้ง่ยเพื่อช่วยให้ผู้ปวยสามารถดูแลตนเองได้ถูกต้องเหมาะสมรวมทั้งคำเนินชีวิตได้</p>
<p>อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปในอนาคต</p>
<p>กิตติกรรมประกาศ</p>
<p>ขอกราบขอบพระคุณ คุณสุดา คงทอง พยาบาลวิชาชีพ 8 หัวหน้งานอายุรกรรม โรงพยาบาล</p>
<p>มหาราชนครศรีธรรมราช ที่กรุณาให้กำปรึกษาและแนะนำให้บทความฉบับนี้สมบรูณ์มากยิ่งขึ้น[:]
<div>“สุขภาพที่ดี เริ่มต้นที่เท้า”</div>
<div><a href="https://talon.co.th/">รองเท้าสุขภาพ</a> ต้อง TALON<br />
สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่น<br />
แอดLine@ ของ Talon ได้ที่นี่เลยค่ะ<br />
&#x1f449; <a href="https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g">https://line.me/R/ti/p/%40ool5177g</a></div>
<div>.</div>
<div><a href="https://talon.co.th/foot-clinic/">คลินิกตรวจสุขภาพเท้า</a><span style="color: #555555;"> โดยผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงงาน ใกล้ Central พระราม 2 หรือช็อบบน ICON SIAM ในห้าง Siam Takashimaya ชั้น 2 แผนกรองเท้าสุขภาพ</span></div>
<div>
<p>foot clinic เปิดบริการ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.30 น. Tel 02-896-3800</p>
</div>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/">เบาหวานกับการดูแลเท้า</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
