<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปวดเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<atom:link href="https://talon.co.th/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://talon.co.th/tag/ปวดเท้า/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 19 Apr 2023 06:29:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://talon.co.th/wp-content/uploads/2020/03/cropped-Logo-for-healthy-feet-32x32.jpg</url>
	<title>ปวดเท้า Archives - รองเท้าสุขภาพ Talon</title>
	<link>https://talon.co.th/tag/ปวดเท้า/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</title>
		<link>https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[turnoff.tt]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 10:06:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรคเกี่ยวกับเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[ปวดเท้า]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวดเท้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://talon.co.th/?p=43856</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด หากเริ่มม</p>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/">อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด หากเริ่มมีอาการไม่ควรมองข้ามอาการต่างๆ ต้องเอาใจใส่และพบคุณหมอเกี่ยวกับเท้าเพื่อความมั่นใจ ว่าอาการปวดเท้าเกิดจากอะไร</p>
<p>อาการปวดเท้ามีหลายสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันไป อาการที่พบบ่อย ๆ มีดังนี้:</p>
<ol>
<li>ปวดที่เท้า: อาจเป็นความเจ็บปวดทั่วไปหรือเจ็บปวดที่จุดเฉพาะ เช่น ปวดเท้าหน้า, ปวดเท้าด้านหลัง, หรือปวดเท้าด้านข้าง</li>
<li>บวม: เท้าอาจบวมหรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น</li>
<li>ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง: อาจพบว่ากล้ามเนื้อเท้าแข็งแรงน้อยลง หรือมีความยืดหยุ่นน้อยลง</li>
<li>ตึงเครียดหรืออ่อนเพลีย: อาจรู้สึกตึงเครียดหรืออ่อนเพลียในกล้ามเนื้อเท้า</li>
<li>ปวดขณะเดินหรือยืน: ความปวดอาจเพิ่มขึ้นเมื่อเดินหรือยืนนาน ๆ</li>
<li>อาการเสียว, เป็นลม, หรือชา: อาจมีอาการเสียว ปวดเป็นลม หรือชาเฉพาะจุดบ้าง</li>
<li>ปัญหารูปร่างของเท้า: เช่น ฟุตหงิก, ฟุตเสี่ยว, หรือปัญหาจากโครงสร้างของเท้า</li>
</ol>
<p>อาการปวดเท้าอาจเกิดจากการใส่รองเท้าไม่เหมาะสม, การเปลี่ยนกิจกรรมที่กระทำที่เท้า, ความอ้วน, อายุ, บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับเท้า หรือโรคระบบกระดูกและข้อ เช่น โรคข้อเข่าอักเสบ, โรคข้อเท้าอักเสบ, หรือโรคกระดูกอ่อน</p>
<p>รวมถึงโรคเกี่ยวกับเท้ายอดฮิต ที่อาจเกิดจากอาการปวดเท้า มีดังนี้</p>
<p class="selectionShareable"><strong>1.) โรคข้อเท้าหลวม </strong></p>
<p class="selectionShareable">ถ้าข้อเท้าพลิกบ่อยๆ อาจส่งผลให้เสี่ยงโรคนี้ได้ อาการข้อเท้าพลิกหรือแพลง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกครั้งที่เราทำกิจกรรมต่างๆ พบมากในหมู่นักกีฬา หรือแม้แต่ผู้หญิงที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากพลิกธรรมดา โอกาสน้อยมากที่จะเกิดโรคข้อเท้าหลวม แต่ถ้าหากข้อเท้าพลิกบ่อยๆ และมีอาการเจ็บทั้งด้านนอกและด้านใน นั่นถือว่าเป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้แล้ว</p>
<p class="selectionShareable">และหากยังละเลยไม่ดูแลรักษา อาจส่งผลให้กระดูกอ่อนในข้อเท้าบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นที่มาของอาการปวดบวมข้อเท้า ข้อเท้าอักเสบ ที่อาจทำให้ข้อเท้าเสื่อมได้ในอนาคต</p>
<p class="selectionShareable"><strong>2.) โรคเอ็นร้อยหวายอักเสบ</strong></p>
<p class="selectionShareable">มักจะเกิดกับกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้อน่องมาก เช่น บาสเกตบอล กระโดดสูง โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดที่เอ็นร้อยหวายระหว่างการออกกำลังกาย และจะปวดมากขึ้นเมื่อหยุดออกกำลังกาย อีกทั้งเมื่อตรวจรองเท้าจะพบรอยสึกที่ผิดปกติ</p>
<p class="selectionShareable">การปฐมพยาบาลเบื้องต้น คือ หยุดออกกำลังโดยทันที ช่วงที่ปวดใหม่ๆ ให้ประคบด้วยน้ำแข็งประมาณ 20 นาทีทุก 4 ชั่วโมง ใส่รองเท้าที่หนุนส้นให้สูงขึ้นเพื่อลดแรงกดดันที่เอ็นร้อยหวาย ใช้ผ้าพัน ให้ยกเท้าสูง อย่าใส่รองเท้าที่มีพื้นราบ และไม่ควรเดินเท้าเปล่า</p>
<p class="selectionShareable"><strong>3.) โรคเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ หรือ โรครองช้ำ</strong></p>
<p class="selectionShareable">เนื่องจากการออกกำลังที่ไม่ถูกต้อง หรือการรับน้ำหนักเป็นเวลานานๆ ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดบริเวณส้นเท้าไปจนถึงฝ่าเท้า โดยเฉพาะก้าวแรกหลังจากตื่นนอนหรือหลังจากนั่งพักนานๆ โรคนี้เป็นโรคที่คนส่วนใหญ่เป็นแต่ไม่รู้ว่าตัว พบได้บ่อยกับผู้ที่ต้องยืนเป็นเวลานานระหว่างวัน</p>
<p class="selectionShareable">นอกจากนี้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ หรือสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม เช่น รองเท้าที่ไม่มีพื้นบุรองส้นเท้า เป็นต้น รวมถึงลักษณะการทำกิจกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น เพิ่มระยะทางการวิ่งออกกำลังกาย การเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวที่ต่างไปจากเดิม ที่ทำให้เกิดโรคได้</p>
<p class="selectionShareable">ในการตรวจร่างกายพบว่าถ้ากดบริเวณกระดูกส้นเท้าจะทำให้เกิดอาการปวด หากไม่รักษาอาจจะมีผลกับข้อเท้า เข่า หรือหลัง เนื่องจากการเดินผิดปกติ</p>
<p class="selectionShareable">เมื่อมีอาการปวดให้พักการใช้งานหนัก ลดน้ำหนักจนอาการปวดดีขึ้น ประคบน้ำแข็ง ครั้งละ 20 นาทีวันละ 3 ครั้ง เพื่อลดอาการอักเสบ และใส่รองเท้าที่มีแผ่นรองรับการกระแทก ทั้งนี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้นใน 2 &#8211; 3 เดือน</p>
<p class="selectionShareable"><strong>4.) โรคเท้าแบน</strong></p>
<p class="selectionShareable">เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดได้จากพันธุกรรม และมาจากปัจจัยอื่นๆ ในภายหลัง เช่น เอ็นข้อเท้าหย่อนยาน ป่วยเป็นโรคข้อรูมาตอยด์ ข้อเท้าเสื่อม หรือกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทขาซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนกำลัง ส่งผลให้เท้ามีลักษณะไม่มีส่วนโค้งเว้า และเมื่อยืนเท้าจะแนบสนิทไปกับพื้น</p>
<p class="selectionShareable">ส่งผลให้เวลาเดินรู้สึกเจ็บฝ่าเท้าแม้จะสวมใส่รองเท้าที่สบายและรองรับเท้าก็ตาม ขณะเดียวกันทำให้ทรงตัวบนเท้าลำบากด้วย วิธีการป้องกันรักษานั้น ไม่จำเป็นหากไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ถ้ามีอาการเจ็บปวดให้ใช้วิธีกายภาพบำบัด เช่น ใช้อุปกรณ์เสริมที่เท้า สวมรองเท้าที่รับกับเท้า ออกกำลังยืดเส้น หรือสั่งตัดรองเท้าสุขภาพ และถ้ารุนแรงมากๆ อาจต้องผ่าตัดโดยรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ</p>
<p class="selectionShareable"><strong>5.) โรคเก๊าท์</strong><br />
เป็นโรคข้ออักเสบที่เกิดขึ้นจากการสะสมกรดยูริกในเลือกสูง ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดบริเวณข้อเท้า หรือโคนนิ้วหัวแม่เท้า แรกๆ อาจปวดแล้วหายได้ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาไม่ถูกต้อง จำนวนข้อที่อักเสบจะเพิ่มขึ้น เริ่มพบที่ข้อมือ ข้อนิ้วมือ และข้อศอก การอักเสบรุนแรงขึ้น เป็นถี่ขึ้นและนานขึ้น จนกลายเป็นการอักเสบเรื้อรังไม่มีช่วงหายสนิท</p>
<p class="selectionShareable">สำหรับวิธีการรักษานั้น แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉันที่ถูกต้อง ซึ่งแพทย์อาจให้ยาแก้อักเสบเฉียบพลันมาทาน กรณีกรดยูริกสูงมาก เมื่อรักษาอาการอักเสบเฉียบพลันจนทุเลาลงแล้ว จึงจะให้ยาลดกรดยูริกมาทานต่อ และต้องงดเว้นอาหารที่มีกรดยูริกสูง</p>
<p class="selectionShareable"><strong>6.) โรคปมประสาทนิ้วเท้าอักเสบ </strong><br />
มักเกิดจากการสวมรองเท้าคับหรือบีบหน้าเท้า ทำให้เกิดความเจ็บปวด มักเกิดบริเวณระหว่างนิ้วกลางและนิ้วนาง ผู้ที่มีอาการของโรคนี้ควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลไม่ให้อาการปวดรุนแรงขึ้นกว่าเดิม และลดความเสี่ยงที่เส้นประสาทในบริเวณปลายเท้าจะได้รับความเสียหายในระยะยาว</p>
<p class="selectionShareable">เมื่อมีอาการปวด ควรหยุดพักการใช้เท้าจนกว่าอาการปวดจะดีขึ้น และใช้แผ่นรองเท้าเพื่อลดการกดทับบริเวณเส้นประสาทและต้องเลือกใส่รองเท้าที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง รวมถึงการทำกิจกรรมที่ต้องใช้เท้ามากอย่างการวิ่งหรือการออกกำลังกาย และลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจประคบน้ำแข็งบริเวณที่ปวด หรือรับประทานยาแก้ปวดที่หาซื้อได้เอง</p>
<p class="selectionShareable">อาการปวดเท้ามีความหลากหลายซ่อนอยู่ บางอาการอาจเป็นเพียงปวดเมื่อยธรรมดา หรือเป็นอาการบาดเจ็บชั่วคราวของกล้ามเนื้อ แต่บางอาการก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องได้รับการรักษา เมื่อคุณเกิดอาการปวดอย่าละเลยที่จะสังเกตอาการเบื้องต้นกันและเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป</p>
<div></div>
<div>
<hr />
<div></div>
<div>“นึกถึงสุขภาพ้ท้า นึกถึง TALON”  นะคะ</div>
<div></div>
<div>หากคุณไม่เคยตรวจสุขภาพเท้า แนะนำให้ มาที่ ศูนย์สุขภาพเท้า พระราม 2 สอบถาม และนัดตรวจ กับหมอเฉพาะทางเท้า ซึ่งมีเพียง 2 คนในไทย โทร 028963800 หรือ add Line:@talon หรือคลิก <a href="https://lin.ee/xIQUSV3">https://lin.ee/xIQUSV3</a></div>
</div>
<p>The post <a href="https://talon.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80/">อาการปวดเท้า อาจก่อให้เกิดโรคได้มากกว่าที่คิด</a> appeared first on <a href="https://talon.co.th">รองเท้าสุขภาพ Talon</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
